คาร์ม็อบพิษณุโลกบีบแตรทั่วเมืองไล่"ลุงตู่"ต้องลาออกนะจ๊ะ

วันที่ 18 ก.ค. 2564 เวลา 20:35 น.
คาร์ม็อบพิษณุโลกบีบแตรทั่วเมืองไล่"ลุงตู่"ต้องลาออกนะจ๊ะ
พิษณุโลก-กลุ่มคาร์ม็อบเมืองสองแควรวมตัวจี้นายกรัฐมนตรีลาออกอัดแหลกบริหารประเทศล้มเหลวจนมีคนล้มตายจากโควิดจำนวนมาก พร้อมขี่จยย.-รถยนต์บีบแตรไปทั่วเมือง 

เมื่อเย็นวันที่ 18 กรกฎาคม  ที่สวนกลางเมือง จ.พิษณุโลก กลุ่มระชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับการบริหารประเทศของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในชื่อกลุ่มคาร์ม็อบได้นัดรวมตัวเพื่อร่วมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์"นายกรัฐมนตรีต้องลาออกนะจ๊ะ" โดยมี นายปุณณเมธ อ้นอารี เป็นแกนนำ บรรยากาศเป็นไปอย่างทุลักทุเลเนื่องจากมีฝนตกลงมาตลอดการจัดกิจกรรมทำให้มีการออกมารวมตัวตามนัดค่อนข้างน้อยมีรถจักรยานยนต์ประมาณ 20 คัน และรถยนต์์กว่า 10 คัน ขับตระเวนบีบแตรไปทั่วเมือง

นายปุณณเมธ อ้นอารี ได้อ่านแถลงการณ์มีใจความว่า "แถลงการณ์การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อขับไล่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กรณีบริหารประเทศล้มเหลวในทุกมิติ ตลอดเวลาที่รัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์บริหารประเทศตลอดระยะเวลา 7 ปีนับแต่การรัฐประหารทำให้เห็นแล้วว่าล้มเหลวในทุกมิติ ทั้งเนื้อหาสาระของรัฐธรรมนูญที่แปลกประหลาด นายกรัฐมนตรีไม่จำเป็นต้องเป็น ส.ส. ส.ว.  250 มาจากแต่งตั้ง และมีสิทธิ์โหวตนายกรัฐมนตรีการเลือกตั้งที่มีปัญหา ทั้งบัตรเขย่ง ทั้งสูตรคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อทุกสิ่งอย่างเกิดจากผลพวงจากการรัฐประหาร เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ทั้งสิ้นทำให้ประเทศล้อหลังอย่างมาก

ตลอดจนการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องปิดกิจการลง คนต้องตกงานมากมาย นักศึกษาจบใหม่ไม่มีงานทำประชาชนอดยากถึงกับต้องสังเวยชีวิตตนเอง เพราะไม่สามารถจะแบกรับภาระได้ ทั้งที่ประเทศไทยเรามีโอกาสในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้มากที่สุด แต่ก็ปล่อยให้มีรอบที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เพราะการบริหารที่ผิดพลาดไม่เข้าใจการบริบทของสังคมอย่างแท้จริง การตัดสินใจที่จะผูกขาดวัคซีนเพียงบางยี่ห้อเท่านั้น และยังจะสั่งต่อทั้งที่รู้ว่าวัคซีนนั้นไม่สามารถยับยั้งการติดเชื้อได้และสร้างภูมิคุ้มกันที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับวัคซีนยี่ห้ออื่นโดยเฉพาะแบบ mRNA ที่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีมากมีประสิทธิภาพที่สุดการกู้เงิน 1.5 ล้านล้านบาท ไปไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย มีแต่จะแย่ลงขึ้นทุกวัน

เราทราบดีว่าการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยากลำบากมากเพราะอยู่ภายใต้พ.ร.ก.ฉุกเฉินแต่พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นกฎหมายที่มีลำดับศักดิ์ที่ต่ำกว่ารัฐธรรมนูญและไม่สามารถทำลาย สาระสําคัญของรัฐธรรมนูญได้ โดยเฉพาะเรื่องเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง เพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย การที่จะบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อปิดกั้นหรือทำลายเสรีภาพนั้นเป็นการยอมรับว่า พ.ร.กฉุกเฉินนั้นมีอำนาจสูงกว่ารัฐธรรมนูญซึ่งผิดหลักการของกฎหมาย และหลักการของระบอบประชาธิปไตย และนั่นไม่อาจเรียกได้ว่า กฎหมายแต่นั่นนิยามได้ว่าเป็นการกดขี่ไม่มีใครอยากที่จะออกมาเรียกร้องหรือส่งเสียงในสถานการณ์แบบนี้ ทุกคนรักตนเองทุกคนกลัวตายแต่ในเมื่อนายกรัฐมนตรีชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีความสามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้มีแต่จะนำพาประเทศหนึ่งเหวลงทุกวัน ดังนั้นการจะยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสประยุทธ์ 2557 ได้นั้นจะต้องอาศัยวัคซีนที่ดีที่สุดนั่นก็คือ วัคซีนประชาชนในการกดดันให้นายกรัฐมนตรีลาออก และจัดหาวัคซีนแบบ mRNA  เท่านั้น และต้องฉีดให้ประชาชนฟรีทุกคน

ทั้งนี้ หลังจบแถลงการณ์กลุ่มคาร์ม็อบ ได้มีการยืนไว้อาลัยให้แก่บุคคลที่ต้องสูญเสียจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิดเป็นเวลา 3 นาที จากนั้น ได้ขึ้นรถของตัวเอง ขับขี่ตะเวนบีบแตรไปทั่วเมืองพิษณุโลก ผ่ากลางย่านธุรกิจในตัวเมือง และรอบเมืองใกล้เคียง พร้อมชูมือสามนิ้ว ชูป้ายขับไล่ลุงตู่ นายกรัฐมนตรีออกไป ท่ามกลางประชาชน ได้ให้การตอบรับบีบแตรรับตลอดเส้นทางด้วย