"ธรรมนัส"ตรวจความคืบหน้าโครงการขุดอ่างเก็บน้ำ"ห้วยเหยี่ยน-หนองเล็งทราย"

วันที่ 16 พ.ค. 2564 เวลา 12:30 น.
"ธรรมนัส"ตรวจความคืบหน้าโครงการขุดอ่างเก็บน้ำ"ห้วยเหยี่ยน-หนองเล็งทราย"
พะเยา-รมช.เกษตรฯติดตามความคืบหน้าโครงการขุดอ่างเก็บน้ำห้วยเหยี่ยน-หนองเล็งทราย แก้ถัยแล้ง-น้ำท่วม พร้อมเยี่ยมสวนลิ้นจี่แปลงเรียนรู้การผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ที่ได้มาตรฐาน

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ตรวจเยี่ยมติดตามโครงการขุดอ่างเก็บน้ำห้วยเหยี่ยน อ.เมือง จ.พะเยา บนพื้นที่ประมาณ 100 ไร่ และโครงการพัฒนาแหล่งน้ำหนองเล็งทราย อ.แม่ใจ บนพื้นที่ 5,563 ไร่ โครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้งบกลาง หากแล้วเสร็จจะมีประสิทธิภาพในการกักเก็บน้ำแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่และสามารถทำการเกษตรในพื้นที่ได้ตลอดปี อีกทั้งยังช่วยป้องกันและบรรเทาปัญหาด้านอุทกภัยได้ด้วย

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯเล็งเห็นถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ทั่วไปจากสถานการณ์ภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก รัฐบาลจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาบริหารจัดการน้ำในพื้นอย่างเป็นระบบแบบยั่งยืน พร้อมทั้งพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อเป็นการสร้างรายได้แก่พี่น้องเกษตรกรและประชาชนโดยรอบ ซึ่งโครงการขุดอ่างเก็บน้ำและพัฒนาแหล่งน้ำเหล่านี้นี้ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2563 ตามเป้าหมายจะแล้วเสร็จในปี 2564 จะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่จ.เชียงราย จ.พะเยา ไม่ขาดแคลนน้ำอีกต่อไป ความจริงในพื้นที่มีต้นน้ำบนดอยที่ไหลตลอด เพียงแต่ไม่มีอ่างกักเก็บน้ำ เมื่อน้ำไหลลงมาจากต้นน้ำ ก็แห้งหายไป แต่จากนี้เมื่อมีอ่างกักเก็บน้ำพื้นที่จะเกิดความอุดมสมบูรณ์

สำหรับ แนวคิดการพัฒนาหนองเล็งทราย อ.แม่ใจ ซึ่งมีพื้นที่กว่า 5 พันไร่ เป็นเกาะกลางน้ำรูปหัวใจ ถือเป็นหนองน้ำเดิมที่ได้มีการปรับขุดลอกพัฒนาให้เป็นพื้นที่กักเก็บน้ำได้มากขึ้น อีกทั้งยังจะพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นพุทธอุทยาน เพื่อสร้างรายได้ให้กับประชาชนอีกทางด้วย

จากนั้นได้ร.อ.ธรรมนัส ได้เดินทางเยี่ยมเยียนสวนลิ้นจี่ปลอดสารพิษ ตามมาตรฐาน SDGSPGS จากแปลงเรียนรู้การผลิตไม้ผลอัตลักษณ์ที่ได้มาตรฐานจ.พะเยา เป็นลิ้นจี่พันธุ์ฮงฮวย กิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาการผลิตไม้ผลที่เป็นอัตลักษณ์ที่เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ของภาคเหนือ สนับสนุนโดยสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยาการส่งเสริมการเกษตรกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยมีเกษตรผู้ร่วมกลุ่มโครงการ 9 ราย บนพื้นที่ประมาณ 100 กว่าไร่ แต่ละปีสามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อราย