ขอโทษจากใจ!นศ.สาวติดโควิดนั่งรถบัสไปตรวจจ.ขอนแก่น

วันที่ 15 เม.ย. 2564 เวลา 15:38 น.
ขอโทษจากใจ!นศ.สาวติดโควิดนั่งรถบัสไปตรวจจ.ขอนแก่น
ขอนแก่น-เร่งตรวจสอบนักศึกษาติดเชื้อโควิดที่กรุงเทพฯแต่ไม่ยอมกักตัวขึ้นรถโดยสารปรับอากาศมาตรวจที่จ.ขอนแก่นผลตรวจยืนยันติดเชื้อ ขณะที่ผู้ว่าฯสั่งการให้สาธารณสุขจังหวัดตรวจเชิงลึกเพิ่ม

เมื่อวันที่ 15 เม.ย.โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลผู้ติดเชื้อโควิดเป็นนักศึกษาสาว ชาวจังหวัดขอนแก่น ที่โพสต์ข้อความและไทม์ไลน์เกี่ยวกับการติดเชื้อโควิด-19 ของตนเองผ่านอินสตราแกรมส่วนตัว โดยข้อความระบุว่า “ไทม์ไลน์เราตั้งแต่วันที่ 1 - 5 คือสุ่มเสี่ยงมาก จนวันที่ 6 - 7 เรามีเริ่มมีอาการปวดหัวมาก+ตัวร้อน วันที่ 8 อาการดีขึ้น วันที่ 9 กลับมาปวดหัวหนักอีกรอบ วันที่ 10 - ปัจจุบัน ไม่มีอาการปวดหัวแล้ว หายปวดหัว หลังจากคืนวันที่ 9 เพราะเข้านอนเร็ว+กินยา+กินน้ำเยอะๆ แต่อาการที่ตามมาหลังจากนี้คือ ได้กลิ่นอ่อนๆ อ่อนมากๆๆ ถ้าไม่เอาเข้าใกล้จมูกแทบจะไม่ได้กลิ่น ส่วนรสอาหารแรกๆยังรับรสอยู่ พอวันนี้(วันที่12) ตื่นมาลิ้นรับรสยาสีฟันน้อยมาก ได้กลิ่นน้อยกว่าเดิม มากๆ วันนี้เลยกำลังเดินทางไปตรวจที่ จ.ขอนแก่น เพราะทางบ้านให้ไป หากพบเชื้อจริงก็จะรักษาตัวที่ ขอนแก่นเลย ในส่วนของไทม์ไลน์จะมาลงให้หลังจาก รู้ผลตรวจแล้วนะทุกคน ขอโทษที่ทำให้คนรอบข้างได้รับผลกระทบหรือเดือด ร้อนจากการกระทำของเราด้วยจริงๆนะ ขอโทษแบบ ขอโทษจากใจเลย"

หลังจากนั้นนักศึกษาคนดังกล่าวก็ได้มาโพสต์ข้อความในภายหลังอีกครั้ง ยืนยันว่าตัวเองติดเชื้อโควิดพร้อมกับแจงรายละเอียดไทม์ไลน์ให้ทราบ

ทั้งนี้ เมื่อสอบถามไปยังนายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ต้องขอบคุณน้องนักศึกษาที่แจ้งไทม์ไลน์เอาไว้ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดได้ทราบและดำเนินการสอบสวนเชิงรุกทันที เบื้องต้นได้ทราบว่า ตัวนักศึกษารายดังกล่าวมีมาตรการส่วนบุคคลในการป้องกันโรค โดยสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ก่อนจะเข้ารับการตรวจ ซึ่งคล้ายๆกับผู้ติดเชื้อที่จังหวัดสมุทรสาคร ก็มีความรับผิดชอบต่อสาธารณะในระดับหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้ทางสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นเข้าไปตรวจสอบในเชิงลึกถึงรายละเอียดต่างๆอย่างเข้มงวด หากมีความผิดในประการใดก็จะมีการดำเนินการตามกฎหมาย และขอให้ทุกคนที่พบว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือมีอาการป่วยขอให้งดเดินทางและเข้ารับการตรวจที่สถานให้บริการด้านสาธารณสุขใกล้ตัวทันที และขอให้ปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันโรคอย่างเข้มงวดด้วย