posttoday
บิ๊กเต่า สอบปลัดภูเก็ตเอง ปมรับเงินช่วยสอบท้องถิ่น 9 แสน

บิ๊กเต่า สอบปลัดภูเก็ตเอง ปมรับเงินช่วยสอบท้องถิ่น 9 แสน

27 มิถุนายน 2569

“บิ๊กเต่า” ลงสอบปลัดภูเก็ต ปมรับเงินช่วยสอบท้องถิ่น 9 แสนบาท จากผู้เสียหาย 3 ราย อ้างเส้นสายช่วยสอบติด สุดท้ายไม่ผ่าน ตำรวจเร่งขยายผลต่อเนื่อง

KEY

POINTS

  • พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือ "บิ๊กเต่า" รอง ผบช.ก. เข้าสอบปากคำปลัดจังหวัดภูเก็ตด้วยตนเอง
  • ปลัดจังหวัดภูเก็ตถูกกล่าวหาว่าเรียกรับเงินจำนวน 900,000 บาท จากผู้เสียหาย 3 ราย เพื่อช่วยเหลือในการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น
  • ผู้เสียหายจ่ายเงินแต่สอบไม่ผ่าน จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี ซึ่งนำไปสู่การออกหมายจับและจับกุมตัวในที่สุด

ที่ สภ.เมืองสงขลา พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เดินทางเข้าสอบปากคำ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ด้วยตนเอง ภายหลังถูกดำเนินคดีในข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของคดีได้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้มีความชัดเจนมากที่สุด โดยจะมีการแถลงความคืบหน้าต่อสาธารณชนอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้

 

ส่วนการสอบปากคำมีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่า ก็เป็นการสอบถามอะไรเล็กๆน้อยๆ แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ให้ข้อมูลอะไร ซึ่งตอนนี้ทางตำรวจก็ได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อที่จะขยายผลเพิ่มเติมต่อไป


  ทั้งนี้มีรายงานว่า คดีดังกล่าวพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 6 กองบังคับการปราบปราม (กก.6 บก.ปปป.)รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษเป็นคดีอาญา กรณีเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดโดยมิชอบ เพื่อกระทำหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 149 และมาตรา 157


ผู้กล่าวหารวม 3 คน ส่วนผู้ต้องหาคือ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ตำแหน่งปลัดจังหวัดภูเก็ต
  จากการสอบสวนพบว่า ผู้เสียหายรู้จักกับนายรุ่งเรืองมาตั้งแต่ปี 2563 ขณะที่นายรุ่งเรือง เป็นนายอำเภออยู่ที่อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยผู้เสียหายเคยสมัครสอบเข้ารับราชการท้องถิ่นมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

ต่อมาในเดือนมีนาคม 2568 ผู้เสียหายพร้อมเพื่อนอีก 2 คน เดินทางไปพบที่บ้านพักในจังหวัดสงขลา เพื่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับการสอบบรรจุเข้ารับราชการท้องถิ่น ก่อนถูกกล่าวอ้างว่าสามารถช่วยเหลือให้สอบผ่านได้ เนื่องจากรู้จักผู้ใหญ่ในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายคนละ 300,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 900,000 บาท

หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ ผู้เสียหายได้รวบรวมเงินสดจำนวน 900,000 บาท ใส่ถุงกระดาษและส่งมอบผ่านบุคคลใกล้ชิดของนายรุ่งเรือง ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส โดยผู้เสียหายสมัครสอบในตำแหน่งนักวิชาการจัดเก็บรายได้

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการประกาศผลสอบกลับไม่พบรายชื่อผู้เสียหายผ่านการคัดเลือก   ผู้เสียหายจึงติดต่อสอบถามนายรุ่งเรืองผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งได้รับคำตอบว่า “ทราบแล้ว ให้รอสอบครั้งหน้าอีก” พร้อมรับปากว่าจะคืนเงินให้ กระทั่งได้รับแจ้งว่าจะมีเงินโอนเข้าบัญชี

ผู้เสียหายระบุว่า ภายหลังทราบข้อมูลว่ามีบุคคลอื่นถูกเรียกรับเงินในลักษณะเดียวกัน จึงกังวลว่าเงินที่ได้รับคืนอาจเป็นเงินจากผู้เสียหายรายอื่น อีกทั้งเห็นว่าการอ้างว่าสามารถช่วยให้สอบผ่านได้นั้นไม่น่าเป็นไปได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อ บก.ปปป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาพนักงานสอบสวนพิจารณาแล้วเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอเชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิด และเกรงว่าผู้ต้องหาอาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับ ก่อนเข้าจับกุมนายรุ่งเรืองในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และนำตัวเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 
 

ข่าวล่าสุด

ธุรกิจไทยแห่ยื่นงบการเงินออนไลน์ 99.8% ผ่าน DBD e-Filing สูงสุดเป็นประวัติการณ์

ธุรกิจไทยแห่ยื่นงบการเงินออนไลน์ 99.8% ผ่าน DBD e-Filing สูงสุดเป็นประวัติการณ์