
ธุรกิจไทยแห่ยื่นงบการเงินออนไลน์ 99.8% ผ่าน DBD e-Filing สูงสุดเป็นประวัติการณ์
กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เผยผลการนำส่งงบการเงินประจำปี 2569 นิติบุคคลทั่วประเทศยื่นผ่านระบบ DBD e-Filing สูงถึง 99.8%
KEY
POINTS
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยสถิติการนำส่งงบการเงินประจำปี 2569 ของนิติบุคคลที่มีรอบปีบัญชีสิ้นสุดปี 2568
- พบว่าผู้ประกอบการทั่วประเทศให้ความร่วมมือและตระหนักถึงหน้าที่ตามกฎหมายอย่างดีเยี่ยม
- สะท้อนความสำเร็จผ่านการเลือกใช้งานระบบอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing) เป็นช่องทางหลักในการยื่นงบการเงินอย่างท่วมท้นสูงถึง 99.8% ช่วยยกระดับความโปร่งใสและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยอย่างเป็นรูปธรรม
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากการประมวลผลข้อมูลการนำส่งงบการเงิน มีนิติบุคคลที่มีหน้าที่ต้องยื่นงบการเงินประจำปี 2569 ซึ่งเป็นรอบปีบัญชี 2568 รวมทั้งสิ้นจำนวน 907,151 ราย (เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 867,911 ราย)
แบ่งเป็นนิติบุคคลในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 319,417 ราย และส่วนภูมิภาค จำนวน 587,734 ราย โดยในจำนวนนี้ได้นำส่งงบการเงินแล้วทั้งสิ้น 717,468 ราย คิดเป็นร้อยละ 79 ของนิติบุคคลทั้งหมดที่ต้องนำส่ง และยังไม่ได้นำส่งงบการเงินอีกจำนวน 189,683 ราย คิดเป็นร้อยละ 21
หากแบ่งตามประเภทนิติบุคคลที่มีหน้าที่ยื่นสูงสุด 3 อันดับแรกที่ได้นำส่งงบการเงินแล้ว ได้แก่ บริษัทจำกัด 572,768 ราย ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน 140,213 ราย และบริษัทมหาชนจำกัด 1,371 ราย ตามลำดับ
โดยในปีนี้นิติบุคคลที่นำส่งงบการเงินแล้วเกือบทั้งหมดเลือกยื่นงบการเงินผ่านระบบดิจิทัล สอดรับกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม โดยนำส่งผ่านระบบ DBD e-Filing จำนวนสูงถึง 715,718 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 99.8 ของผู้ที่นำส่งแล้ว คาดปีหน้านำส่งผ่านระบบเต็ม 100%
พูนพงษ์ กล่าวย้ำว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขอขอบคุณนิติบุคคลทุกรายที่ให้ความร่วมมือในการนำส่งงบการเงินอย่างถูกต้องและตรงเวลา แสดงถึงความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ และขอแจ้งเตือนนิติบุคคลที่ยังไม่ได้นำส่งงบการเงินอีก 189,683 ราย หรือ 21%
ที่เหลือให้เร่งดำเนินการนำส่งผ่านระบบ DBD e-Filing โดยเร็วที่สุด เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ ตลอดจนร่วมขับเคลื่อนฐานข้อมูลเศรษฐกิจไทยให้มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากไม่ดำเนินการจะมีความผิดดังนี้
- ต้องชำระค่าปรับตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษปรับทั้งในส่วนของนิติบุคคล และ ผู้แทนนิติบุคคล
- เสียประวัติและเครดิตทางธุรกิจ หากไม่นำส่งระบบจะขึ้นสถานะขาดส่งงบการเงิน ทำให้นักลงทุน คู่ค้า และสถาบันการเงินขาดความเชื่อมั่นทำให้พลาดโอกาสร่วมทุนทันที
- เสี่ยงได้รับหมายเรียก และหากค้างส่งต่อเนื่อง 3 ปี อาจถูกถอนทะเบียนเป็นบริษัทร้าง
ทั้งนี้ กรมฯ ไม่ประสงค์ที่จะเรียกนิติบุคคลชำระค่าปรับ แต่ประสงค์ให้นิติบุคคลปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย







