กรมอุทยานฯลงพื้นที่ด่านช้างแจงเจตนารมย์2กม.ฉบับใหม่เน้นคนอยู่ร่วมกับป่า

วันที่ 09 เม.ย. 2564 เวลา 15:10 น.
กรมอุทยานฯลงพื้นที่ด่านช้างแจงเจตนารมย์2กม.ฉบับใหม่เน้นคนอยู่ร่วมกับป่า
สุพรรณบุรี-กรมอุทยานแห่งชาติ จัดเสวนาชี้แจง เจตนารมณ์กม.ใหม่ 2ฉบับ เน้นการอยู่ร่วมกันของคนกับป่า

เมื่อวันที่ 9เม.ย.64 นายทศพร รักจันทร์ ผู้อำนวยการส่วนฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่อนุรักษ์ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมคณะผู้บริหาร และตัวแทนประชาชนในพื้นที่ ร่วมเสวนา ณ โรงเรียนบ้านห้วยหินดำ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ภายใต้โครงการการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญเพื่อการศึกษาเกี่ยวกับกฎหมาย ของกรมอุทยานแห่งชาติฯ นายทศพร กล่าวว่า ภายหลัง พ.ร.บ.กรมอุทยานแห่งชาติ (ฉบับใหม่) และพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับใหม่) ประกาศบังคับใช้ไปเมื่อปลายปี2562 การโดยเฉพาะมาตรา 64 กำหนดให้มีการสำรวจการถือครองที่ดินของประชาชนที่อยู่อาศัยหรือทำกินในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ จะไม่มีสิทธิในที่ดินหากแต่สามารถอยู่อาศัยทำกินได้จะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการบุกรุกครอบครองที่ดินในเขตอุทยานฯ

นอกจากนี้มาตรา 65 ยังเปิดให้ชาวบ้านสามารถเก็บหาของป่าหรือหากินในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้ ขณะ เดียวกัน พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ได้เพิ่มบทลงโทษให้มากขึ้น ผู้ใดยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000 -2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น ส่วน พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับใหม่) มีการเพิ่มบทลงโทษที่แรงขึ้นเช่นกัน

อีกหนึ่งเรื่องที่ได้เพิ่มเติมเข้ามาในกฎหมายฉบับปรับปรุงใหม่ คือ การจัดสรรรายได้ของอุทยานแห่งชาติส่วนหนึ่งจะใช้เพื่อการส่งเสริมการปฏิบัติงานและการพัฒนาพื้นที่ชุมชนรอบอุทยานแห่งชาติ ทำให้คุณภาพชีวิตของเจ้าหน้าที่ได้รับการดูแลช่วยเหลือในทุกๆ ด้าน เช่น การเยียวยา หากเกิดการบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ หรือแม้แต่การสนับสนุนเงินเพื่อการสู้คดี หากมีการฟ้องร้องจากคู่กรณี ซึ่งจะทำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีขวัญและกำลังใจที่ดีในการทำงานอนุรักษ์ผืนป่าของเมืองไทยต่อไป “กฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญของการปกป้องผืนป่า สัตว์ป่า รวมไปถึงทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ คือ การที่คนไทยทุกคนได้เรียนรู้ว่า ป่านั้นสำคัญกับทุกคนมากแค่ไหน เมื่อเข้าใจเราก็จะรู้คุณค่าของป่าและจะไม่ทำลายมัน รวมทั้งจะช่วยกันดูแลเป็นหูเป็นตา คอยสอดส่องแจ้งเบาะแสการกระทำผิดให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป” นายทศพร กล่าว