แกะรอยขบวนการขนแรงงานข้ามชาติ"ปัญหา-ผลประโยชน์"ที่ยังคงวนเวียน

วันที่ 21 มี.ค. 2564 เวลา 18:31 น.
แกะรอยขบวนการขนแรงงานข้ามชาติ"ปัญหา-ผลประโยชน์"ที่ยังคงวนเวียน
โดย ปิยรัชต์ จงเจริญ

*************************

"สภ.สังขละบุรี รับตัวผู้หลบหนีเข้าเมืองควบคุมไว้แออัดเกินกำลังการบริหารจัดการดูแลผู้หลบหนีเข้าเมืองในภาระรับผิดชอบและตามหลักมนุษยธรรม ทำให้มีจำนวนแน่นพื้นที่ควบคุมเป็นความเสี่ยงต่อการติดต่อโรคร้ายแรง 

วันนี้เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการตามกฎหมายแล้วจึงนำผู้หลบหนีเข้าเมืองส่งต่อ ตม.กาญจนบุรี เพื่อบริหารจัดการตามกฎหมายต่อไป 

ขอร้องหยุดเถอะครับ ผู้ที่ชักจูงนำพา ไม่เป็นผลดีต่อตัวท่านและบ้านเมืองของเราหากมีโรคร้ายแพร่ระบาดจากการเคลื่อนย้ายคนข้ามแดนโดยไม่ถูกต้อง”

..นี่คือข้อความจาก เพจเฟซบุ๊ก สภ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ที่ได้โพสต์ไว้ พร้อมภาพแรงงานชาวเมียนมาที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ขึ้นรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อส่งตัวกลับประเทศ...

จ.กาญจนบุรี มีชายแดนติดกับประเทศเมียนมาเป็นระยะทาง 371 กิโลเมตร มีช่องทางเข้าออกทางธรรมชาติ 43 ช่อง มีด่านถาวร 1 แห่งคือด่านถาวรบ้านพุน้ำร้อน หมู่ 12 ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี และจุดผ่อนปรนทางการค้าชั่วคราวอีก 1 แห่ง คือด่านเจดีย์สามองค์ บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ที่มีแนวเขตติดกับกิ่งอำเภอพญาตองซู ประเทศเมียนมา 

จากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้จ.กาญจนบุรี มีคำสั่งปิดด่านชายแดนทั้ง 2 แห่งมาตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.2563 มาจนถึงปัจจุบัน ส่วนธุรกิจการนำเข้าส่งออกสินค้าทางการเกษตร ทางจ.กาญจนบุรีได้ประกาศให้นำเข้าส่งออกได้ตามปกติ แต่ต้องเป็นไปในลักษณะขนย้ายกันแบบท้ายชนท้ายบริเวณแนวชายแดน และต้องปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการทั้งนำเข้าและส่งออกเป็นอย่างดี 

สำหรับสถานการณ์การลักลอบกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดนที่ผ่านมา นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี รวมทั้ง พล.ต.บรรยง ทองน่วม ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ และ พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ได้มอบนโยบายให้กับหน่วยขึ้นตรงของแต่ละหน่วยงาน สนธิกำลังป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการลักลอบนำเข้ายาเสพติดทุกชนิดและขบวนการลักลอบนำพาแรงงานชาวเมียนมาเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย โดยเน้นเส้นทางเดินเท้าเข้า-ออก ทางธรรมชาติตามแนวตะเข็บชายแดน รวมทั้งเส้นทางถนนสาย 323 ด่านเจดีย์สามองค์-สังขละบุรี-ทองผาภูมิ-ไทรโยค-กาญจนบุรี และเส้นทางด่านถาวรบ้านพุน้ำร้อน ต.บ้านเก่า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเส้นทางทั้งสองเป็นถนนสายหลักที่มุ่งหน้าเข้า-ออก ระหว่างประเทศ

จากข้อมูลของ สภ.สังขละบุรี พบว่า ก่อนหน้านี้มีผู้ต้องหาที่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 คุมขังอยู่ในห้องคุมขังของ สภ.สังขละบุรี มากกว่า 100 คน อยู่ในสภาพที่แออัด ทั้งนี้สถิติการจับกุมแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ อ.สังขละบุรี มีสถิติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยจับได้แทบทุกวัน ทั้งนี้มีผลมาจากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศเมียนมา ที่มีแนวโน้มจะรุนแรงเพิ่มขึ้น ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่หยุดชะงัก ทำให้เกิดการว่างงาน ส่งผลให้แรงงานชาวเมียนมาเริ่มลักลอบเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น

ขณะที่ข้อมูลของฝ่ายความมั่นคงพบว่า ปัจจุบันมีแรงงานชาวเมียนมา กว่า 1,000 คน ที่รอการลักลอบเข้ามาในประเทศ ในพื้นที่พญาตองซู บ้านไร่อ้อย บ้านบ่อญี่ปุ่น ซึ่งอยู่ตรงข้าม บ้านพระเจดีย์สามองค์ หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ซึ่งปลายทางของแรงงานชาวเมียนมาจะไปทำงานในหลายพื้นที่ อาทิ สมุทรสาคร นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม ราชบุรี ชลบุรี ระยอง และ กทม. โดยแต่ละคนไม่ทราบว่าตนเองจะไปทำงานอะไรและใครเป็นนายจ้าง เพราะนายหน้าที่อยู่ฝั่งประเทศเมียนมาแจ้งให้ทราบเพียงชื่อจังหวัดปลายทางที่จะไปทำงานเท่านั้น และเมื่อไปถึงปลายทางแต่ละจังหวัดจะต้องเสียค่าจ้างในการนำพา คนละ 14,000-16,000 บาท โดยคิดค่าหัวตามระยะทางใกล้-ไกล ของแต่ละจังหวัด

พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ในฐานะผู้ควบคุมด่านความมั่นคง กล่าวว่า ได้ร่วมกับ พ.อ.สิทธิพร จุลปานะ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ (ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์) พ.อ.เฉลิมพล สังข์ต้อง รอง ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ พ.ต.อ.สุกิจ ก้องจตุศักดิ์ ผกก.ตชด.13 (ค่ายพระพุทธยอดฟ้า)รวมทั้ง พ.ต.อ.จักร ยังให้ผล ผกก.ตม.จ.กาญจนบุรี (บก.ตม.3) และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สนธิกำลังร่วมกันตั้งจุดตรวจจุดสกัด รวมทั้งลาดตระเวนในเชิงคุณภาพเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 อำเภอ ที่มีชายแดนติดกับประเทศเมียนมา ประกอบด้วย อ.สังขละบุรี อ.ทองผาภูมิ อ.ไทรโยค อ.เมืองกาญจนบุรี และ อ.ด่านมะขามเตี้ย

ผลการสนธิกำลังอย่างเข้มข้นของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ทำให้ขบวนการผู้กระทำผิดกฎหมายชนิดต่างๆเริ่มลดน้อยลง แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาคณะเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมายได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะขบวนการลักลอบนำพาแรงงานชาวเมียนมาเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย 

สำหรับ ด่านตรวจที่เจ้าหน้าที่ผลัดเปลี่ยนกันเข้าประจำจุดตรวจตลอด 24 ชั่วโมง ประกอบด้วยด้วย จุดตรวจความมั่นคงบ้านน้ำเกริ๊ก หมู่ 8 ต.งหนองลู จุดตรวจร่วมสะพานรันตี หมู่ 1 ต.หนองลู และจุดตรวจร่วมแยกปรังเผล ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จุดตรวจด่าน ตม.บ้านวังกะ หมู่ 4 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จุดตรวจร่วมช่องเขาหนีบ หมู่ 14 ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี

นอกจากนี้ คณะเจ้าหน้าที่ยังได้ร่วมกันตั้งจุดตรวจตามถนนสายรองในพื้นที่ที่มีแนวเขตติดกับชายแดนรวมทั้งลาดตระเวนในเชิงคุณภาพทั้งกลางวันและกลางคืน อีกทั้งประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้นำท้องถิ่นผู้นำท้องที่รวมทั้งชาวบ้านและจิตอาสา ให้ช่วยกันสังเกตหาพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยว่าจะเป็นขบวนการลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายก็ให้ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจที่อยู่ให้ที่สุด หรือให้โทรแจ้งศูนย์วิทยุ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือจากประชาชนที่แจ้งเข้ามาและสามารถจับกุมได้จำนวนหลายราย 

ทั้งนี้ พฤติกรรมของขบวนการลักลอบนำพาแรงงานชาวเมียนมาเข้ามาในราชอาณาจักรตามแนวชายแดนนั้น เริ่มเปลี่ยนไป เนื่องจากความเข้มข้นในการป้องกันและปราบปรามของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ซึ่งจะเห็นได้ว่า แรงงานที่ลักลอบเข้ามาจะมีนายหน้าเป็นชาวเมียนมาด้วยกัน โดยนายหน้าชาวเมียนมาส่วนใหญ่จะได้รับการติดต่อจากญาติที่ทำงานอยู่ในพื้นที่จังหวัดตอนในอยู่แล้ว 

สำหรับ พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปคือนายหน้าจะมีการนัดหมายให้แรงงานมารวมตัวกันที่บริเวณฝั่งกิ่งอำเภอพญาตองซู ประเทศเมียนมา จากนั้นนายหน้าที่ชำนาญเส้นทาง จะนำพาแรงงานเดินลัดเลาะไปตามชายป่าและหุบเขาที่อยู่ฝั่งประเทศเมียนมาเพื่ออ้อมจุดตรวจจุดสกัดที่มาอยู่ในประเทศไทย โดยต้องใช้เวลาเดินและหลบซ่อนตัวอยู่ภายในป่าเป็นเวลาหลายวัน ถือว่ามีความอดทนเป็นอย่างมาก

เมื่อสามารถเข้ามาในไทยได้แล้ว ก็ต้องหลบซ่อนตัวอยู่ภายในป่าเป็นเวลาอีก 1-2 วันเช่นกัน ส่วนตัวของนายหน้าเมื่อมาส่งถึงจุดหมายแล้วก็จะเดินทางกลับประเทศพร้อมกับให้แรงงานรอจนกว่าจะมีคนขับรถมารับ แต่สุดท้ายก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้เสียก่อน และที่สำคัญทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีให้เข้าจับกุมขบวนการดังกล่าวที่หลบซ่อนตัวอยู่ภายในป่าและหุบเขาได้อย่างสม่ำเสมอ แสดงให้เห็นว่าประชาชนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ได้ให้ความสำคัญพร้อมที่จะแจ้งพิกัดจุดหลบซ่อนตัวของแรงงาน จึงทำให้ง่ายต่อการจับกุม

ด้าน นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เผยถึงกรณีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายของแรงงานต่างด้าว ว่า เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้สนธิกำลังบูรณการการทำงานร่วมกัน เพื่อป้องกันการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอย่างเข้มข้นมาโดยตลอด

เมื่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบแรก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้จัดกำลังเฝ้าระวังการลักลอบหลบหนีเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวตามแนวชายแดนตลอด 24 ชม. รวมทั้งให้บูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้แรงงานลักลอบข้ามแดนเข้ามาในประเทศได้  

ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา เราสามารถจับกุมแรงงานต่างด้าว และผู้นำพา รวมทั้งยาเสพติด และสิ่งผิดกฎหมายต่างๆ ได้เป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจาก จ.กาญจนบุรี มีแนวชายแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นระยะทางยาว จึงทำให้กลุ่มขบวนการสามารถเล็ดลอดไปได้บ้าง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็ทำงานกันอย่างเต็มความสามารถแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเราก็จะเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับในการป้องกันตามแนวชายแดนให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้นไปอีก

“กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวระดับชาติ โยงใยไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่นั้น ตนขอยืนยันว่า ไม่มี แต่มีขบวนการระดับทีมงานทั้งฝั่งเมียนมาและฝั่งไทย และผู้นำพา มีอยู่เนื่องๆ ซึ่งเราก็สามารถจับกุมได้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน ขณะที่เราก็ได้เพิ่มความเข้มข้นในเรื่องนี้เป็นพิเศษ” ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าว

..แม้จะผลักดันแรงงานเหล่านั้นกลับประเทศต้นทางไปแล้วก็ตาม แต่เชื่อว่าคนกลุ่มนี้ก็จะหาทางลักลอบกลับเข้ามาประเทศไทยอีก โดยผ่าน "กลุ่มขบวนการ"!! ซึ่งตราบใดที่ผลประโยชน์ยังคงหอมหวาน เรื่องนี้มันก็คงวนลูปอยู่อย่างนี้..