
ซิตี้แบงก์ แนะธุรกิจไทยทำ Stress Test รับมือสหรัฐฯ เก็บภาษี 12.5%
สหรัฐฯ เก็บภาษีไทย 12.5% ปมแรงงาน ซิตี้แบงก์แนะธุรกิจเร่งทำ Stress Test จำลองรายได้ลด 50% เน้นคุมสภาพคล่องและวิเคราะห์คู่แข่งรายเซกเตอร์เพื่อความยั่งยืน
KEY
POINTS
- สหรัฐฯ ประกาศใช้มาตรการภาษีใหม่ 12.5% กับสินค้าจากไทย โดยอ้างเหตุผลเรื่องการไม่ควบคุมสินค้าที่มาจากแรงงานบังคับ
- ซิตี้แบงก์แนะให้ผู้ประกอบการไทยทำ Stress Test หรือการทดสอบภาวะวิกฤต เพื่อประเมินความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องและกระแสเงินสดของธุรกิจ
- นอกจากการทดสอบภาวะวิกฤต ยังแนะนำให้รักษางบดุลให้แข็งแรง และวิเคราะห์คู่แข่งแบบเจาะจงรายอุตสาหกรรมแทนการมองภาพรวม
ความเสี่ยงด้านการค้าโลกกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง หลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีใหม่ 60 ประเทศคู่ค้า อ้างไม่คุมสินค้าจากแรงงานบังคับ
โดยกลุ่มที่ถูกเก็บ 12.5% รวมถึงไทย, เวียดนาม และจีน
ส่วนกลุ่มที่ถูกเก็บ 10% ได้แก่ อินเดีย, เม็กซิโก, แคนาดา, สหราชอาณาจักร, กัมพูชา และอื่นๆ รวม 17 ประเทศ
นางสาวนฤมล จิวังกูร กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารซิตี้แบงก์ ประเทศไทย สะท้อนมุมมองต่อการปรับตัวของภาคธุรกิจไทยท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่เผชิญกับสถานการณ์ “ช็อก” ในหลายมิติ
ล่าสุด เผชิญกับสถานการณ์ที่สหรัฐฯ ประกาศมาตรการภาษีใหม่ 60 ประเทศคู่ค้า อ้างไม่คุมสินค้าจากแรงงานบังคับ ซึ่งไทยถูกเก็บ 12.5%
โดยเน้นย้ำให้ผู้ประกอบการให้ความสำคัญกับการสำรวจความแข็งแกร่งภายใน
จุดสำคัญที่สุดของผู้ประกอบการไทยในขณะนี้คือการดูแลสภาพคล่อง (Liquidity) และกระแสเงินสด (Cash Flow) ของตนเองให้ดี โดยแนะนำให้ทำ Stress Test หรือการทดสอบภาวะวิกฤตกับธุรกิจของตนเองทันทีโดยไม่ต้องรอให้สถานการณ์ช็อกเกิดขึ้นก่อน
แนวทางการทดสอบที่สำคัญคือ การลองจำลองสถานการณ์หากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้รายได้ที่เคยคาดการณ์ไว้ลดลงอย่างฉับพลัน เช่น หากรายได้ลดลงถึง 50% ธุรกิจจะยังคงมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะอยู่รอดและสามารถจ่ายดอกเบี้ยหรือบริหารจัดการหนี้สินที่มีอยู่ได้หรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีการเปรียบเทียบการบริหารธุรกิจกับการดูแลสุขภาพ โดยผู้ประกอบการควรดูแลงบดุล (Balance Sheet) ให้มีความแข็งแรงและกระชับ เพื่อให้มั่นใจว่าหากต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก ธุรกิจจะยังมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงพอที่จะก้าวข้ามอุปสรรคและรักษาสถานะทางการเงินไว้ได้
ในด้านการแข่งขันต่างประเทศ ซิตี้แบงก์ เสนอให้มองคู่แข่งแบบแยกรายกลุ่มอุตสาหกรรม (Sector) แทนการมองภาพรวมว่าไทยถูกเก็บภาษีมากกว่าหรือน้อยกว่าประเทศคู่แข่ง เนื่องจากคู่แข่งของไทยในแต่ละด้านมีความแตกต่างกัน เช่น บางกลุ่มอุตสาหกรรม ไทยมีเวียดนามเป็นคู่แข่งสำคัญ ขณะที่บางกลุ่มอุตสาหกรรม ไทยมีมาเลเซียเป็นคู่แข่งหลัก
การวิเคราะห์คู่แข่งต้องลงลึก โดยเฉพาะในบริบทของมาตรา 301 (Section 301) ของสหรัฐฯ เพื่อประเมินความแตกต่างและผลกระทบต่อเป้าหมายการลงทุนที่ชัดเจน
“ผู้ประกอบการไม่ควรมัวแต่รอสถานการณ์ให้เกิดขึ้นก่อน เพราะอาจมีปัจจัยลบหรือความท้าทายใหม่ ๆ เกิดขึ้นอีกมาก การเตรียมพร้อมและมอนิเตอร์สถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อปรับตัวตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในการสร้างความยั่งยืนให้แก่ธุรกิจ“ นางสาวนฤมล กล่าว







