มิจฉาชีพแสบแฮกไลน์ผอ.กศน.หลอกยืมเงินเพื่อนครูสูญนับแสน

วันที่ 17 พ.ย. 2563 เวลา 20:17 น.
มิจฉาชีพแสบแฮกไลน์ผอ.กศน.หลอกยืมเงินเพื่อนครูสูญนับแสน
นครราชสีมา-ผอ.กศน.โนนสูงโร่แจ้งความถูกมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กและไลน์หลอกสามี-เพื่อนครูสามีขอยืมเงินสูญกว่า 2 แสนบาท เตือนระวังตกเป็นเหยื่อให้โทรสอบถามก่อนโอน

เมื่อวันที่ 17 พ.ย.นางวิไลลักษณ์ โรจนาศรีรัตน์ อายุ 56 ปี ผอ.กศน.อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เดินทางมาที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยมี ร.ต.ท.วโรรส เคษรักษา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครราชสีมา เป็นผู้รับแจ้งความไว้ เนื่องจากถูกมิจฉาชีพแฮกแอปพลิเคชันไลน์ และเฟซบุ๊ก แล้วส่งข้อความไปหลอกยืมเงินกับเพื่อนข้าราชการ และสามี โดยมีผู้หลงกลโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ของมิจฉาชีพไปกว่า 10 ราย รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 200,000 บาท ซึ่งนางวิไลลักษณ์ ได้นำหลักฐานการข้อความแชตในเฟซบุ๊ก และไลน์ มาให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อแจ้งความไว้ และจะได้นำใบแจ้งความไปขอให้ธนาคารทำการอายัดบัญชีไว้ก่อน

นางวิไลลักษณ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาขณะที่ตนเข้าประชุม กศน.ระดับจังหวัด อยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่ อ.เมืองปรากฏว่าระหว่างนั้นมีเพื่อนครูที่ประชุมอยู่ด้วยกันมาสอบถามว่า ได้ส่งข้อความผ่านไลน์มาขอยืมเงินกับเขาหรือไม่ ตนเองก็ตกใจมาก เพราะไม่ได้มีปัญหาทางด้านการเงินถึงกับต้องยืมเงินเพื่อนในเวลานี้ จึงได้ขอดูข้อความ ปรากฏว่า เป็นข้อความจากไลน์ของตนเองจริงๆ ซึ่งตอนนั้นตนก็ไม่สามารถเข้าไลน์ได้เลย จึงมั่นใจว่าถูกมิจฉาชีพแฮกไลน์แล้ว

หลังจากนั้นก็มีเพื่อนๆ โทรมาบอกว่าได้โอนเงินให้ตนหลายราย โดยมีการแฮกทั้งไลน์และเฟซบุ๊ก บางคนหลงกลโอนไปให้ 5,000 บาทบ้าง 10,000 บาทบ้าง โดยมิจฉาชีพจะใช้วิธีหว่านล้อมบอกว่า ตนมีความจำเป็นต้องใช้เงินด่วน แล้วส่งคิวอาร์โค้ดที่เป็นบัญชีพร้อมเพย์ ผูกติดกับบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ เลขบัญชี 4100994909 ชื่อบัญชีนายอนุชา ธิมาทา ซึ่งไม่มีใครรู้จักเลย ตนจึงให้เพื่อนพยายามติดต่อขอให้คนดังกล่าวโอนเงินกลับคืน แต่ปรากฏว่ามิจฉาชีพไหวตัวทันบล็อกแชต ตนจึงได้นำหลักฐานมาแจ้งความไว้เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับตัวมิจฉาชีพรายนี้มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว เพราะถือว่าเป็นภัยสังคม

ทั้งนี้ สาเหตุที่มิจฉาชีพสามารถแฮกเฟซบุ๊ก และไลน์ได้นั้นยังไม่ทราบ แต่มีข้อสงสัยหลายอย่าง เช่น 1.ตนเองได้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำงานเข้าเฟซบุ๊ก และไลน์บ่อยครั้ง 2.ตนเพิ่งใช้เบอร์โทรศัพท์สมัครพร้อมเพย์ 3.เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมาตนเพิ่งจะแจ้งธนาคารกรุงไทย ขอเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์รับแจ้งข้อความจากแอปของธนาคาร และ 4.เมื่อวันที่ 11 เดือน 11 ตนเพิ่งสั่งซื้อของออนไลน์ แต่เป็นแบบเก็บเงินปลายทาง ซึ่งข้อสงสัย 4 ข้อนี้ อาจจะมีบางข้อที่ทำให้มิจฉาชีพสามารถแฮกข้อมูลไลน์ และเฟซบุ๊กได้ ดังนั้นจึงฝากเตือนว่า หากมีเพื่อนหรือคนรู้จักทักเฟซบุ๊กหรือไลน์มาขอยืมเงิน ก็ขอให้โทรศัพท์มาสอบถามกับเจ้าตัวดูก่อนเพื่อให้แน่ใจ อย่าเพิ่งรีบโอนเงิน อาจจะถูกมิจฉาชีพหลอกได้

ด้านนายมนตรี โรจนาศรีรัตน์ อายุ 56 ปี สามีของนางวิไลลักษณ์ฯ กล่าวว่า ตนก็ถูกทักข้อความมาหลอกให้โอนเงินไป 2 รอบๆ ละ 5,000 บาท รวมเป็นเงิน 10,000 บาท หลังจากทราบเรื่องจากภรรยาว่าเฟซบุ๊กและไลน์ถูกแฮก จึงได้รีบไปพบผู้จัดการธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาหัวทะเล เพื่อขออายัดเลขบัญชีธนาคารที่ถูกโอนเงินเข้าไป ซึ่งธนาคารตรวจสอบดูแล้วปรากฏว่ามีเงินถูกโอนเข้ามานับแสนบาท แต่การจะอายัดบัญชีได้นั้น ผู้แจ้งจะต้องเป็นผู้เสียหาย และก็ต้องนำใบแจ้งความจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาเป็นหลักฐานก่อน ธนาคารจึงจะสามารถอายัดบัญชีได้ ตนจึงรีบมาแจ้งความเพื่ออายัดบัญชีก่อนที่เงินจะถูกถอนออกไปหมด และทราบจากเพื่อนของภรรยาอีกว่า ขณะนี้ได้มีเพื่อนครูทั้งในภาคเหนือ และภาคอีสาน จำนวนมากกำลังถูกมิจฉาชีพแฮกเฟซบุ๊กและไลน์ ยืมเงินลักษณะนี้