สทนช.ชงแผนจัดการท่วม-ภัยแล้งคืนความสมบูรณ์ระบบนิเวศแม่น้ำโขง 

วันที่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 13:18 น.
สทนช.ชงแผนจัดการท่วม-ภัยแล้งคืนความสมบูรณ์ระบบนิเวศแม่น้ำโขง 
สทนช.เตรียมชงร่างแผนหลัจัดการปัญหากลุ่มแม่น้ำสงครามแก้น้ำท่วม-ภัยแล้งคืนความสมบูรณ์ระบบนิเวศให้แม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยบ้านพุ่มพร้อมระบบส่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ต.สุวรรณคาม อ.นิคมน้ำอูน จ.สกลนครดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาแหล่งน้ำโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยบ้านพุ่มฯ โดยพบว่า ปัจจุบันมีความก้าวหน้าโครงการแล้ว 20% คาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในปี 2565 จะสามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่ชลประทานรวม 10,187 ไร่ พื้นที่ได้รับประโยชน์รวม 18 หมู่บ้าน 946 ครัวเรือน ครอบคลุม 4 ตำบล ได้แก่ ต.นิคมน้ำอูน หนองปลิง และสุวรรณคาม อ.นิคมน้ำอูน และต.วาริชภูมิ อ.วาริชภูมิ จ.สกลคร มีแหล่งน้ำสำหรับทำการเกษตร อุปโภคบริโภค และเป็นแหล่งน้ำต้นทุน เพื่อการผลิตน้ำประปา

นอกจากนั้น ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูน ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการศึกษาเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวในพื้นที่ลุ่มน้ำสงคราม จากผลการศึกษาแผนหลักการพัฒนาลุ่มน้ำสงคราม พบว่า โครงการปรับปรุงเพิ่มความจุอ่างเก็บน้ำน้ำอูนเป็นโครงการที่มีความสำคัญลำดับต้นๆตามแผนงานระยะเร่งด่วน รวมทั้งองค์ประกอบในการปรับปรุงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำอูนจะช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำอูน รวมทั้งช่วยในการบรรเทาอุทกภัยท้ายอ่างน้ำอูนในบริเวณที่ไม่ได้รับอิทธิพลจากน้ำแม่น้ำโขงด้วย

ดร.สมเกียรติ กล่าวว่า การศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งลุ่มน้ำสงคราม เพื่อจัดทำเป็นแผนหลักการพัฒนาทรัพยากรน้ำลุ่มน้ำสงคราม สทนช.จะพิจารณาเพียงกรอบแนวทางดำเนินการที่มุ่งสู่การจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำสงครามเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนในพื้นที่ ก่อนส่งต่อผลการศึกษาให้หน่วยงานเกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการและเสนอแผนงานขอรับการจัดสรรงบประมาณตามลำดับความสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนของโครงการ เช่น กรณีโครงการประตูระบายน้ำบ้านดอนแดงจะช่วยกักเก็บน้ำในช่วงฤดูน้ำหลากไว้ในลำน้ำสาขาก่อนไหลลงโขงได้ โดยไม่กระทบต่อการอพยพของปลาจากแม่น้ำโขง

ทั้งนี้ กรมชลประทานจะต้องนำผลการศึกษาตามแผนหลักฯ ไปทบทวนความเหมาะสมและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนดำเนินการโครงการต่อไป หากดำเนินการพัฒนาทรัพยากรน้ำตามแผนหลักแล้วเสร็จ จะส่งผลให้ลุ่มน้ำสงครามมีแหล่งน้ำต้นทุนที่เพิ่มขึ้น บรรเทาผลกระทบน้ำท่วมน้ำแล้งในพื้นที่ เพิ่มความมั่นคงน้ำอุปโภคบริโภค และภาคการผลิต ที่สำคัญ คือ การอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าบุ่งป่าทามที่เป็นแหล่งวางไข่ของปลา รวมถึงการคืนความสมบูรณ์ให้กับพันธุ์สัตว์น้ำและพันธุ์พืชในแม่น้ำโขง ที่ปัจจุบัน สทนช.ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคประชาชนดำเนินการกำหนดเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำและพันธุ์พืชน้ำแม่น้ำโขงภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพคณะกรรมการลุ่มน้ำโขง ชี มูล ซึ่งเปิดโครงการนำร่องที่ จ.บึงกาฬ เป็นแห่งแรก ก่อนขยายผลไปยังอีก 7 จังหวัดริมน้ำโขงด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งกลไกในการพัฒนาทรัพยากรน้ำในมาตรการที่ไม่ใช่สิ่งก่อสร้าง โดยเป็นการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำระดับลุ่มน้ำให้เกิดความเข็มแข็งและมีประสิทธิภาพ