ภาคประชาชนร้องสอบหักหัวคิว35%โครงการแก้ภัยแล้ง-น้ำท่วม

วันที่ 30 ก.ย. 2563 เวลา 19:50 น.
ภาคประชาชนร้องสอบหักหัวคิว35%โครงการแก้ภัยแล้ง-น้ำท่วม
ขอนแก่น-ภาคประชาชนอีสานเดินหน้าร้อง“บิ๊กตู่”ตรวจสอบโครงการบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมปี 63 หลังพบมีขบวนการงาบหัวคิวสูงถึง 35 % อีกทั้งล็อคสเปกให้กับผู้รับเหมารายเดิม

เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ศาลากลาง จ.ขอนแก่น นายสุเนตร แก้วคำหาร แกนนำเครือข่ายประชาชนคนอีสาน นำแกนนำภาคประชาชนในเขต จ.ขอนแก่น เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อขอให้ตรวจสอบโครงการบรรเทาปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ซึ่งเป็นงบกลาง ประจำปี 2563 ในเขต จ.ขอนแก่น หลังพบสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นในพื้นที่ โดยเฉพาะการเรียกรับผลประโยชน์มากถึงร้อยละ 35 ,การไม่สอบถามประชาชนในพื้นที่ที่จัดทำโครงการ และพบการล็อคสเปกให้กับผู้รับเหมารายเดิมและรายเดียวในหลายอำเภอ โดยมี นายศรัทธา คชพลายุกต์ รอง ผวจ.ขอนแก่น ได้มารับหนังสือรวมทั้งการตรวจสอบเอกสารเบื้องต้น เพื่อเข้าสู่การลงรับหนังสือตามขั้นตอนของการตรวจสอบต่อไป

นายสุเนต แก้วคำหาร แกนนำเครือข่ายประชาชนคนอีสาน กล่าวว่า การดำเนินการตามโครงการดังกล่าวในพื้นที่ จ.ขอนแก่นรวมทั้งสิ้น 809 โครงการ มีการมอบอำนาจให้กับนายอำเภอดำเนินการ โดแบ่งจ้างโครงการละไม่เกิน 500,000 บาท จากการตรวจติดตามในฐานะภาคประชาชนพบว่า โครงการที่ดำเนินการแทบจะไม่ได้สอบถามประชาชนในพื้นที่ว่าต้องการหรือเหมาะสมต่อการดำเนินการหรือไม่ ทั้งยังคงพบกลุ่มนายทุน รวมทั้งเครือข่ายคนใกล้ชิดนักการเมือง อ้างตัวว่าเป็นผู้ดูแลโครงการ จัดผู้รับเหมาในเครือข่ายของตัวเอง ขายงงานเพื่อเรียกรับผลประโยชน์ และพบว่าการขุดลอกหนองและลำห้วยในพื้นที่จ.ขอนแก่นหลายร้อยโครงการที่อ้างว่าเป็นการแก้ปัญหาภัยแล้วนั้น อาจเคยทำมาในปีที่ผ่านมาแล้วในหน่วยงานอื่น จึงทำให้เกิดความซับซ้อนและสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ อีกทั้งการดำเนินการดังกล่าวยังคงมอบหมายให้กรมการปกครอง เป็นผู้ดำเนินการทั้งที่กรมการปกครองไม่ได้มีความเชี่ยวชาญหรือชำนาญในเรื่องนี้แต่อย่างใด

“ เครือข่ายประชาชนคนอีสานจึงขอให้มีการตรวจสอบการดำเนินการตามโครงการดังกล่าว โดยได้ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรีผ่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น,การยื่นเรื่องต่อ สตง.เพื่อให้มีการตรวจสอบการบริหารจัดการงบประมาณของทางจังหวัด โดยเฉพาะการให้ภาคประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการในบ้านเกิดของตนเอง ”นายสุเนตกล่าว

อย่างไรก็ตาม จาการตรวจสอบของภาคประชาชนยังคงพบว่าในหลายอำเภอมีผู้รับเหมาในโครงการดังกล่าวเป็นรายเดียวกัน และในหลายอำเภอพบว่าเป็นบริษัทผู้รับเหมารายเดียวกันกับปีที่ผ่านมา รวมไปถึงการเรียกรับผลประโยชน์หรือที่เรียกว่าหักหัวคิวกันสูงถึงร้อยละ 35 ดังนั้นด้วยงบประมาณที่ไม่น้อยจึงอยากให้นายกรัฐมนตรี รวมทั้ง สตง. ได้มีการตรวจสอบ และให้มีการชะลอโครงการเพื่อให้กระบวนการตรวจสอบชัดเจนและคลายข้อสงสัยให้กับประชาชนในภาพรวม

บทความแนะนำ