ม็อบนักศึกษาอุดรยื่นคำขาดนายกฯต้องประกาศ"ยุบสภา"

วันที่ 24 ก.ค. 2563 เวลา 19:15 น.
ม็อบนักศึกษาอุดรยื่นคำขาดนายกฯต้องประกาศ"ยุบสภา"

เมื่อวันที่ 24ก.ค.63 เวลา 17.00น. บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มนักเรียนและนักศึกษาที่ลานน้ำพุสนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี นัดหมายมาร่วมตัวกันชื่อ “#อุดรซิบ่ทน” จัดเวทีอยู่บนพื้นมีเครื่องเสียงติดตั้งบนรถยนต์ มีวงดนตรีแบบโฟคซองมาแสดง และมีรถแห่ป้ายภาพนายกรัฐมนตรี และผู้มาร่วมชุมนุมได้นำป้ายที่จัดทำขึ้น ทั้งภาษาไทย-อังกฤษ ประกาศจุดยืนว่า “ พึงเป็นอยู่เพื่อประชาชน...มิใช่เผด็จการ” ส่วนป้ายขนาดเล็กลดหลั่นกันไป มีข้อควาในเชิงกล่าวโจมตีรัฐบาล

แกนนำเรียกตัวเองว่า กลุ่มเสรี ประชาธิปไตย นิสิต นักศึกษา อุดรธานี ได้อ่านแถลงการณ์ เรื่อง ทวงคืนอำนาจอธิปไตยสู่มหาชนพร้อมเชิญชวนให้ผู้มาร่วมชุมชน “ชูสามนิ้วชี้-กลาง-นาง” เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้รณรงค์ทั่วประเทศ ข้อความแถลงการณ์ ระบุว่า จากการก่อการรัฐประหาร ในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งกระทำการยึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรนั้นก่อให้เกิดการมิชอบมาด้วยกฎหมายของคณะผู้บริหาร

จนกระทั่งถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในปี พ.ศ. 2562 ด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยคณะรัฐประหาร เพื่อสืบทอดอำนาจต่อ ทำให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ครองอำนาจเป็นนายกรัฐมนตรีในราชอาณาจักรไทยสืบไปนั้นก่อให้เกิดความสูญเสีย และนำมาซึ่งความเสียหายต่อประเทศชาติ อาทิ การถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพในการ แสดงออกทางการเมือง ซึ่งเป็นเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนควรได้รับ การแสดงออกทางการเมืองกลายเป็นเรื่องต้องห้ามในสังคมไทย และทำให้เกิดการสูญหาย รวมถึงเกิดกรใช้อำนาจรัฐในทางที่มิชอบ กระทำต่อกลุ่มที่เห็นต่างทางการเมือง แสดงถึงความล้มเหลวในการบริหารประเทศในด้านเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในห้วงระยะเวลาของสถานการณ์โควิด 19 มีกลุ่มประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากภาครัฐ ทั้งการรับเงิน 5,000 บาท ที่เป็นไปด้วยความล่าช้า และยุ่งยาก ทั้งการประกาศใช้ พระราชกำหนดฉุกเฉินเพื่อควบคุมสถานการณ์ ทำให้สภาพเศรษฐกิจไทยผังพินาศ บัณฑิตที่จบในปีการศึกษานี้ ต่างไร้ซึ่งการประกอบวิชาชีพ หลายอาชีถูกสั่งพักงาน หรือนโยบายสมัครใจลาออก หลายบริษัทต้องปิดตัวลงไป

ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ คณะรัฐมนตรีซึ่งนำโดยพลเอกประยุทธ จันทรโอชา กลับละเลย ไม่เล็งเห็นถึงประชาชน ทางกลุ่มเสรี ประชาธิปไตย นิสิต นักศึกษา อุดรธานี ร่วมกับพี่น้องจังหวัดอุดรธานี และนักเรียน นิสิต นักศึกษา ประชาชนทั่วประเทศ จึงมีความเห็นถึงพฤติกรรมดังกล่าวเป็นที่ไม่ไว้วางใจในการบริหารประเทศต่อไป โดยกลุ่มเสรี ประชาธิปไตย นิสิต นักศึกษา อุดรธานี ขอเรียกร้องให้รัฐบาลกระทำการ 3 ประการ ดังนี้

1. คณะรัฐมนตรี นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา "ต้องประกาศยุบสภา" และคืนอำนาจให้กับประชาชน รัฐบาลสืบทอดอำอำนาจภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 รัฐบาลได้ประกาศภาวะฉุกเฉินและออกมาตรการ ล็อกดาวน์ ส่งผลให้มีคนตกงานและขาดรายได้เป็นจำนวนมาก แต่รัฐบาลมิได้เยียวยาอย่างถ้วนหน้าและทั่วถึง ยังปล่อยให้ประชาชนเดือดร้อน จากพิษเศรษฐกิจโดยไม่แยแสแต่อย่างใด อีกทั้งยังปล่อยปละละเลยให้แขก VIP ที่มีเชื้อไวรัสเข้ามาในประเทศโดยไม่มีการกักตัว ซึ่งเป็นการเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ในระลอกที่ 2

ด้วยเหตุนี้ ทางกลุ่มเสรี ประชาธิปไตย นิสิต นักศึกษา อุดรธานี จึงไม่อาจไว้วางใจให้รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศหรือบนเมืองต่อไป จึงยื่นคำขาดว่ นายกรัฐมนตรีต้องประกาศ "ยุบสภา" เพื่อคืนอำนาจให้แก่ประชาชน เปิดทางให้คนที่มีความรู้ความสามารดเข้ามาแก้ไขปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจ

2. "หยุดคุกคามประชาชน" ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562 เราต่างหวังความเป็นประชาธิปไตยจะเกิดขึ้นในสังคมไทย ประชาชนได้มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก และเสรีภาพในการชุมนุมโดยไม่มีการคุกคาม และยัดข้อกล่าวหา หรือคดีความ แต่ความเป็นจริงแล้วกลับยังมีผู้ถูกคุกคามทั้งกายภาพและจิตวิทยา ยังคงดำเนินการต่อไปแทบไม่ต่างจากสมัยที่ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา ยึดอำนาจ และเป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ยังมีพี่น้องของเราถูกดำเนินคดี ยัดข้อกล่าวหาต่าง ๆ หรือกระทั่ง การใช้กลยุทธ์หลอกล่อ หรือบังคับให้ขึ้นรถเพื่อไปที่สถานีตำรวจ โดยไม่มีหมายเรียกหรือหมายจับเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล และละเมิดเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ดังนั้น เราจึงขอเรียกร้องให้หยุด คุกคามประชาชนทั้งทางกายภาพ และทางจิตวิทยาตลอดจน การยัดข้อหาเพื่อคำเนินคดี และมอบอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชนชาวไทยตามระบอบประชาธิปไตย

3. "ร่างรัฐธรรมนูญใหม่" เนื่องจากเรามีรัฐธรรมนูญซึ่งเอื้อต่อการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลเผด็จการ โดยเริ่มแรกมีที่มาที่ไม่ชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย คือ รัฐประหารมา อีกทั้งผู้รณรงค์ให้ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญในการลงประชามติ ก็ถูกคุกคามและดำเนินคดีไปหลายราย เนื้อหาของรัฐธรรมนูญก็เป็นไปเพื่อรักษาระบอบเผด็จการ อาทิ สมาชิกวุฒิสภา ซึ่งไครับจากการแต่งตั้งโดยคณะรัฐบาลยุค คสช. สามารถโหวดเลือกนายกรัฐมนตรีได้ หรือแม้กระทั่งองค์กรอิสระ และศาลถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกำจัดประชาชนและนักการเมืองที่เห็นต่างจากผู้มีอำนาจ

สิ่งเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่า รัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจเป็นต้นตอของปัญหาทั้งหมด ดังนั้นการจะติดกระดุมได้ถูกต้องทุกเม็ด ต้องเริ่มแก้ทุกเม็ด และติดที่เม็ดแรกให้ถูกต้องเสียก่อน เมื่อติดกระดุมถูกแล้วจะนำพาประเทศไทยสู่ระบอบประชาธิปไตยที่ อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง