"จุรินทร์"ยันปชป.ยังมีอุดมการณ์แต่ต้องบวกความทันสมัย

วันที่ 19 ก.ค. 2563 เวลา 14:34 น.
"จุรินทร์"ยันปชป.ยังมีอุดมการณ์แต่ต้องบวกความทันสมัย
"จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ "แจงยิบคำถามสมาชิกอาวุโสระหว่างประชุมใหญ่สามัญประจำปียันพรรคประชาธิปัตยังมีอุดมการณ์แต่ต้อบวกความทันสมัย ยอมรับมีข้อจำกัดหลังการเลือกตั้งทำให้การทำงานไม่ได้ตามใจทุกอย่าง

เมื่อวันที่ 19 ก.ค.ที่โรงแรมรามาการ์เด้น มีการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยมี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดการประชุม มีนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคฯ ร่วมดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่างๆ เริ่มจากรายงานรายได้ประจำปีของพรรค และแผนยุทธศาสตร์พรรค ทั้งนี้ ระหว่างรอสมาชิกเข้าร่วมงาน นายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ได้เดินทางมาด้วยจยย.เมื่อมาถึงงานนายอันวาร์ได้ถือหมวกกันน็อคเข้ามาในงานด้วย พร้อมใส่โชว์ให้ผู้สื่อข่าวดู อ้างว่าต้องพกหมวกกันน็อคมาด้วย เพราะจะร่วมแสดงความเห็นในช่วงที่จะให้สมาชิกแสดงความคิดเห็นในวาระการประชุมเปิดแผนยุทธศาสตร์ จึงกลัวโดนรุมจึงต้องเอาหมวกกันน็อคมาด้วย แต่สุดท้ายนายอันวาร์ก็ถอดหมวกกันน็อคออกไม่ได้ใส่เข้าร่วมประชุมแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่ง ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมที่ 3 นายชนะ รุ่งแสง นักการเมืองอาวุโสของพรรค ได้ลุกขึ้นถามคำถามต่อที่ประชุมว่า พรรคมีคนดี คนเก่ง พรรคได้ทำหน้าที่ และภารกิจต่างๆอย่างภาคภูมิ และสมเกียรติมากน้อยเพียงใด ซึ่งนายจุรินทร์ ตอบคำถามดังกล่าวว่า เราผ่านการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค.2562 ผลการเลือกตั้งปรากฏว่าพรรคได้ส.ส. 52 คน ถือเป็นพรรคที่มีส.ส.ในสภาเป็นอันดับ 5 ดังนั้น หลังการเลือกตั้ง การที่พรรคจะตัดสินใจดำเนินกิจการทางการเมืองอะไร ย่อมมีข้อจำกัดที่ต่างไปจากเดิม ไม่เหมือนก่อนการเลือกตั้ง ถ้าเราต้องการเป็นรัฐบาล เสียงเราก็มีไม่มากพอที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าเราประสงค์จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เราก็มีข้อจำกัดที่เปลี่ยนแปลงไปกว่าเดิม คือเราจะไม่สามารถไปอยู่ในสถานะผู้นำฝ่ายค้านได้เหมือนอย่างที่เคยเป็นมา เนื่องด้วยข้อจำกัดเรื่องเสียงของส.ส.ในสภา หากจะเป็นผู้นำฝ่ายค้านต้องมีส.ส.มากที่สุดในสภา ซึ่งเราไม่ใช่พรรคที่มีเสียงมากที่สุดในฟากฝ่ายค้านในสภาแล้ว นี่คือข้อจำกัดจนนำมาสู่การตัดสินใจของพรรค แต่ไม่ใช่ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นข้อจำกัดที่พรรคจะโตต่อไปไม่ได้

นายจุรินทร์ กล่าวว่า เราต้องมาวิเคราะห์ว่าปัจจัยที่จะทำให้ปชป.โตไปในวันข้างหน้ามีอะไรบ้าง นอกเหนือจากอุดมการณ์เรายังต้องมี ผลงาน และความเป็นเอกภาพด้วย สำหรับอุดมการณ์มีคนถามว่าวันนี้พรรคยังมีอุดมการณ์อยู่หรือไม่ ในฐานะหัวหน้าพรรคขอตอบว่า มี เพราะอุดมการณ์คือรากแก้วของพรรค อุดมการณ์คือรากฐานของความเป็นเรา ซึ่งเป็นมาจนถึงทุกวันนี้ โดยอุดมการณ์ที่เราตั้งไว้ คือ 1.อุดมการณ์ในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 2.อุดมการณ์แห่งความซื่อสัตย์สุจริต และ 3.อุดมการณ์แห่งความมุ่งมั่นในการรับใช้ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ซึ่งอุดมการณ์เหล่านี้ไม่ใช่นายจุรินทร์คิด แต่บรรพบุรุษของพรรคเป็นผู้สั่งสมไว้

ทั้งนี้ ด้วยโลกที่เปลี่ยนไป การเมืองที่เปลี่ยนไป คืออุดมการณ์ต้องบวกความทันสมัย เราต้องเปลี่ยนไปสู่อุดมการณ์ที่ทันสมัยอย่างมีวุฒิภาวะ เพื่อตอบโจทย์การเมืองที่เปลี่ยนไป ผลงานต้องเกิดจากการกระทำจริง ไม่ใช่คำพูด และเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องช่วยกันทำ เพราะผลงานใครคนใดคนหนึ่งทำคนเดียวไม่ได้ 3 กลไกของพรรคต้องช่วยกันทำ ทั้ง รัฐมนตรี รัฐสภา และการบริหารจัดการพรรค เราเพิ่งเข้าร่วมรัฐบาล วันนี้เพิ่งครบขวบปี เพิ่งผ่านการประกาศนโยบาย รัฐ แน่นอนไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แต่ผลงานที่ปรากฏเป็นรูปธรรมก็มีให้เห็นไม่น้อย ทั้งนี้ ก่อนเข้าร่วมรัฐบาลเรายื่นข้อเสนอให้รัฐบาล 3 ข้อ คือ 1.ต้องบรรจุนโยบายประกันรายได้เกษตรกรเป็นนโยบายของรัฐบาล 2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งวันนี้ รัฐบาลก็สนับสนุนให้มีการตั้ง กมธ.ขึ้นมาศึกษาการแก้ไข ซึ่งเราเชื่อว่าไม่นานรัฐสภาจะมีข้อสรุปอันหนึ่งอันใดเสนอให้ทางรัฐบาลพิจารณา และ 3.การที่ต้องร่วมกันบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

นายจุรินทร์ กล่าวว่า ในส่วนของการทำหน้าที่รัฐมนตรี เราทำงานร่วมกับรัฐบาลใน 3 กระทรวง และมีรัฐมนตรีช่วยอีก ยุทธศาสตร์ที่พรรคจะทำ คือ จะทำให้เกิดความสำเร็จเพื่อนำความสำเร็จมาสู่พรรค โดยเราจะจับมือกันทำงานภายใต้ยุทธศาสตร์ “เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ผู้ด้อยโอกาสต้องได้รับการดูแล” ส่วนส.ส.ในสภาต้องมีบทบาทมากขึ้น และการแสดงบทบาทต้องมีความทันสมัยทั้งในพื้นที่ และในรับสภา ภายใต้การสนับสนุนของคณะกรรมการบริหารพรรค วันนี้ความต้องการของประชาชนเปลี่ยนไป เขาต้องการเห็นส.ส.ใกล้ชิดกับเขามากขึ้น และทำหน้าที่ร่วมกับประชาชนอย่างมียุทธศาสตร์ และมีความทันสมัย นี่คือโจทย์ของพรรคและเป็นสิ่งที่ประชาชนอยากได้คำตอบ

จากนั้นนายชนะ ได้กล่าวอีกว่า ขอชื่นชม คนที่ไปทำงานเป็นรัฐมนตรีเหนื่อยแต่ในการเลือกตั้งส.ส.ที่นั่งในกรุงเทพฯและภาคใต้เป็นของประชาธิปัตย์แต่ที่ผ่านมาเราสูญเสียในที่นั่งในพื้นที่เหล่านี้ ทำอย่างไรจึงจะเอาคืนมาให้ได้ เราต้องเอาที่นั่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯกลับขึ้นมาให้มากที่สุด รวมถึงจะเอาคืนในพื้นที่ภาคใต้มาด้วย ซึ่งมีประเด็นอยู่ว่าเราทำอย่างไร เราจะขายอะไร จะขายอุดมการณ์กลยุทธ์รูปแบบวิธีการเป้าหมาย ในการปฏิบัติงานแผนงานอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่เราใช้ปัดทุกคนต้องคิดอย่างสุขุมรอบคอบ ก็อยากฝากเรื่องดังกล่าวต่อหัวหน้าพรรคและผู้ใหญ่ในพรรคทุกคน ซึ่งนายจุรินทร์ ได้กล่าวขอบคุณและระบุว่าจะนำเรื่องนี้ไปเป็นโจทย์การทำงานของพรรคต่อไป