ทร.ใช้โดรนบินลาดตระเวนระวังศึกชิงหอยแครงอ่าวบ้านดอน

วันที่ 14 มิ.ย. 2563 เวลา 21:11 น.
ทร.ใช้โดรนบินลาดตระเวนระวังศึกชิงหอยแครงอ่าวบ้านดอน
สุราษฎร์ธานี-ศรชล.ภาค 2 ลาดตระเวนระวังชิงหอยแครงอ่าวบ้านดอน สภาเกษตรกรชี้ สุราษฎร์ฯเสี่ยงเสียตลาดหอยแครงให้เวียดนามแนะขึ้นทะเบียนผู้รับซื้อ นำภาษีประมงมาพัฒนาเพาะเลี้ยง

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล(ศรชล.)ภาค 2 ร่วมกับ ทัพเรือภาค 2 ได้ส่งชุดปฏิบัติการพิเศษรักษาความสงบเรียบร้อยอ่าวบ้านดอน นำเรือออกตรวจทางทะเลในพื้นที่ ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน กับ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันการขัดแย้งระหว่างชาวประมงพื้นบ้านกับกลุ่มผู้ประกอบการคอกหอยในพื้นที่ โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ(โดรน)ขึ้นบินสำรวจทางอากาศไม่พบเรือประมงพื้นบ้านออกมาตักหอย แต่พบผู้ประกอบการคอกหอยนำเรือมาจอดลอยลำและบางส่วนอยู่บนขนำเฝ้าคอกหอย

นายสมชาย สินมา สภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ความขัดแย้งเก็บลูกหอยแครงในขณะนี้พบมีพ่อค้าผู้รับซื้อจากต่างพื้นที่นำแรงงานมาเก็บและรับซื้อถึงในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้เพาะเลี้ยงหอยแครงจากหลายจังหวัดในภาคกลางที่ติดชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เนื่องจากลูกหอยแครงในอ่าวบ้านดอนเป็นที่ต้องการตลาดมาก โดยผู้เพาะเลี้ยงจากภาคกลางจะรับซื้อลูกหอยแครงไปอนุบาลเลี้ยงต่อให้มีขนาด 2-3,000 ตัวจากนั้นจะส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน(เวียดนาม)นำไปเพาะเลี้ยงต่อก่อนส่งออกไปตลาดประเทศจีน ทำให้ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาราคาลูกหอยแครงพุ่งสูงขึ้น 3-4 เท่าตัว

ทั้งนี้ การแก้ไขควรจะมีการขึ้นทะเบียนผู้รับซื้อลูกหอยแครง เพราะตอนนี้ไม่เคยมีจำนวนผู้รับซื้อที่ชัดเจน รวมทั้งปริมาณและปลายทางที่นำไปจำหน่าย หากยังปล่อยให้นำลูกหอยแครงอ่าวบ้านดอน ออกไปนอกพื้นที่จำนวนมาก ต่อไปจะทำให้ผู้เพาะเลี้ยงในพื้นที่ไม่มีหอยขนาดบริโภคขายหรือขาดตลาด นอกจากนี้ค่าธรรมเนียมภาษีประมงที่เก็บไปควรนำมาใช้ในการวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงในพื้นที่ด้วย

“ สิ่งสำคัญลูกหอยแครงที่มีแหล่งผลิตจากอ่าวบ้านดอนที่ถูกส่งออกขายไปเพาะเลี้ยงต่อที่เวียดนาม ซึ่งมีภูมิประเทศใกล้เคียงทะเลไทยสามารถเลี้ยงได้โตส่งขายตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดบริโภคใหญ่และได้มูลค่าสูง ต่อไปอาจเป็นไปได้ว่าในอนาคตจังหวัดสุราษฎร์ธานีอาจเสียโอกาสเป็นแหล่งอาหารทะเลอร่อยที่สุดก็ได้ ”นายสมชาย กล่าว