ขอนแก่นตรวจคัดกรองเข้มผู้เดินทางมาจากกรุงเทพฯ-ปริมณฑล
ขอนแก่นจัดมาตรการรองรับผู้เดินทางกลับจากกทม.-ปริมณฑล ให้รายงานตัวต่อสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน และกักตัวเอง 14 วัน พร้อมจัดทีมเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบทุกบ้าน
นายสมศักดิ์ จัตระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยระหว่างประชุมด่วนคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัดขอนแก่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดแผนรับมือประชาชนที่จะเดินทางกลับจาก กรุงเทพฯ และปริมณฑลว่า ขณะนี้สถานการณ์ในจังหวัดขอนแก่น ถือว่าเป็นการปิดกิจกรรมในหลายๆกิจกรรม ปิดสถานที่ให้บริการอื่นๆ มีความเข้มงวดมากขึ้นในการใช้ชีวิตประจำวันของชาวขอนแก่น และเพื่อให้สอดคล้องกับจังหวัดอื่นๆในการควบคุมโรคเป็นไปตามแนวทางเดียวกัน
โดยในวันนี้มีมติว่า ให้ปิดสถานที่บางสถานที่เพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับ กรุเทพฯ และปริมณฑล เพราะขอนแก่นมีการใช้ชีวิตคล้ายกับเมืองใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยทางหน่วยงานต่างๆมีความเห็นสอดคล้องให้สถานที่บางแห่ง กิจกรรมบางประเภทหยุดไป ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.-12 เม.ย.2563
ผวจ.ขอนแก่น กล่าวต่ออีกว่า จังหวัดยังมีมาตรการรองรับสำหรับผู้ใช้แรงงานใน กรุงเทพฯและปริมณฑลที่จะเดินทางกลับเข้าสู่ขอนแก่น ที่จะต้องกรอกข้อมูลให้กับทางเจ้าหน้าที่และต้องได้รับคำแนะนำจากทางเจ้าหน้าที่ว่าสิ่งใดควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ ซึ่งการปฏิบัติตัวอันดับแรกขอให้กรอกข้อมูลที่เป็นจริง หลีกเลี่ยงการพบปะผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่อาจเกิดการแทรกซ้อนของโรค และกักตัวเองเป็นเวลา 14 วัน ตามคำแนะนำของกรมควบคุมโรคเพื่อส่วนรวม
นอกจากในส่วนของผู้ที่เดินทางกลับจากรถสาธารณะแล้ว รถยนต์ส่วนตัวก็เช่นกัน โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่กี่ยวข้องจะมีการตั้งด่านตรวจ เพื่อตรวจสอบและขอข้อมูลผู้เดินทาง
ขณะที่ นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ในขณะนี้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ของจังหวัดขอนแก่นยังคงมีอยู่ 2 ราย ซึ่งตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา ภายหลังจากที่ทาง สสจ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ไทม์ไลน์ของผู้ป่วยรายที่ 2 ซึ่งก็มีผู้ที่ใกล้ชิดรวมทั้งผู้ที่อยู่ในสถานที่ต่างๆในช่วงเวลานั้นเดินทางเข้าขอรับการตรวจคัดกรองมากกว่า 100 ราย
จากการตรวจพบว่า มีเพียง 2 รายที่เข้าข่ายต้องเฝ้าระวัง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการกักตัวของทางโรงพยาบาลขอนแก่น
ในส่วนของผู้ที่เดินทางกลับเข้าภูมิลำเนานั้น ทางเจ้าหน้าที่ได้มีคณะอนุกรรมการในพื้นที่จัดตั้งเตรียมเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบทุกครอบครัว โดย อสม.1 คน ตรวจสอบชาวบ้านใน 15 หลังคาเรือน เพื่อการตรวจหาเฝ้าระวังในภาพรวมทั้งหมด โดยกลุ่มบุคคลที่เดินทางกลับภูมิลำเนานั้นจะต้องรายงานกับทางสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านให้ทราบ โดยจะมีทีมของเจ้าหน้าที่เข้าไปพบห้ามบุคคลใดเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเองโดยเด็ดขาด


