แชร์ว่อนโซเชียลเด็กหญิงวัย 14 ถูกแก๊งกระเทยและขาโจ๋นับ 10 รุมกระทืบน่วม

วันที่ 03 ก.พ. 2563 เวลา 21:11 น.
แชร์ว่อนโซเชียลเด็กหญิงวัย 14 ถูกแก๊งกระเทยและขาโจ๋นับ 10 รุมกระทืบน่วม
บุรีรัมย์-แชร์ว่อนโซเชียลนักเรียนหญิง ม.2 ถูกสาวประเภทสอง และวัยรุ่นสาวนับ 10 รุมกระทืบสะบักสะบอมทั้งตัว ปมโพสต์เฟสท้าทายก่อนนัดเคลียร์ ด้านผู้ปกครองอยากให้ตร.ไกล่เกลี่ยหวั่นบานปลาย

เมื่อวันที่ 3 ก.พ.มีผู้ใช้เฟซบุ๊กในจ.บุรีรัมย์ นำภาพเยาวชนหญิงคนหนึ่งในสภาพใบหน้า แขน ขาและตามตัวมีร่องรอยเขียวช้ำ โพสต์พร้อมระบุข้อความว่า “ 10 กว่าคน ต่อ 1 กระเทย 2 คนชะนีก็มาเยอะจ้ามีแต่รุ่นพี่อีกต่างหาก รุมน้องคนเดียวทำเกินไปแล้ว ตอนนี้น้องมีอาการปวดศรีษะ 2 ข้าง จะวูบอยู่ตลอด มีแผลถลอกตามร่างกาย #เจ็บสุดคือเจ็บที่ศรีษะ 2 ข้างไม่หาย จะวูบเวลายืน ตอนนี้รอผลตรวจเอ็กซเรย์ #รอแจ้งความ #จะไม่ฟังความข้างเดียว มาคุยกันดีๆ มายอมรับสิ่งที่ทำซะ ลูกเขามีพ่อแม่ มีชีวิตจิตใจ ใจเขาใจเรา จะทำด้วยเหตุผลอะไร จะตั้งใจหรือไม่ตังใจ ขอให้มาคุย มาเคลียร์ แล้วพี่จะคอยดูที่คุยไว้ว่าแก๊งพวกหนูยิงคนตาย ยังไม่มีใครกล้าจับจริงเปล่า #สารวัตรก็น้ากู...ใครเป็นคนพูดคะ แล้วที่บอกว่าแถวคูเมืองก็รู้จักหมดอะ ใครหรอ บอกมาเจอพี่หน่อยว้า ทำไมรู้ดีแท้ คำพูดคำจาห้าวจริง เมายามาหรอ ทำไมกล้าจัง จับตรวจได้มั๊ย ยอมให้ตรวจมั๊ย ได้ข่าวว่าไม่ปลอด จะได้โดน 2 เด้ง #เดียวได้รู้ว่าหมู่หรือจ่า”

จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของเยาวชนหญิงคนดังกล่าวที่ถูกรุมทำร้าย อยู่ที่บ้านโนนเพกา ต.บ้านแพ อ.คูเมือง จากการสอบถามทราบว่า เยาวชนหญิงที่ถูกทำร้าย ชื่อ น้องไผ่ อายุ 14 ปี เป็นนักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.คูเมือง แต่น้องเดินทางไปโรงเรียน จึงพบแค่เพียงนายเบ้า อายุ 80 ปี ผู้เป็นตา และนายสุบิน ลุง ของน้องไผ่

จากการสอบถามทราบว่า เหตุดังกล่าวเกิดเมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมาโดยหลานไม่ยอมเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นเพียงร่องรอยเขียวช้ำตามตัว และมาทราบจากเพื่อนของหลานทีหลังว่าหลานถูกสาวประเภทสอง และวัยรุ่นผู้หญิงกว่า 10 คนรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ สาเหตุเกิดจากมีการโพสต์ท้าทายกันทางเฟซบุ๊ก ก่อนจะมีการนัดเจอกันที่กลางทุ่งนาบ้านพระครู ต.พระครู อ.เมืองบุรีรัมย์ โดยฝั่งของหลานพาเพื่อนไปด้วยรวม 4 คน เมื่อไปถึงจุดนัดพบ ปรากฏว่าอีกกลุ่มมีทั้งสาวประเภทสอง และวัยรุ่นมามากกว่า 10 คน และหนึ่งในกลุ่มนั้นมีอาวุธคล้ายไม้เบสบอลคอยยืนคุมเชิงด้วย จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ลงมือตบตีกัน แต่อีกฝ่ายมีจำนวนคนมากกว่า

ตาและลุงของน้อง เล่าว่า เรื่องที่เกิดขึ้นแม้จะเป็นเรื่องของเด็ก แต่ถือว่าเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินเหตุ มีเรื่องอะไรควรจะพูดคุยกันดีๆ ไม่ควรจะลงไม้ลงมือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางครอบครัวยังไม่ได้แจ้งความเพื่อเอาผิดกับใคร แต่อยากให้ทางเจ้าหน้าที่ได้เรียกทั้งสองฝ่ายมาพูดคุย พร้อมทั้งว่ากล่าวตักเตือน หรือทำบันทึกไว้ เพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรงบานปลายไปมากกว่านี้

จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังโรงเรียน น้องไผ่ ยอมรับว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีการท้าทายและด่ากันทางเฟซบุ๊กทั้งที่ไม่เคยรู้จักหรือมีเรื่องอะไรกันมาก่อน จากนั้นได้นัดเจอกันที่ทุ่งนาแต่มีคนน้อยกว่าจึงได้ถูกรุมทำร้ายจนสะบักสะบอม ซึ่งตนจะโดนหนักกว่าคนอื่น เพราะเป็นคนที่โพสต์ท้าทายอีกฝ่าย

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต