สาวประเภท2ร้องสอบแก๊งทนายความเก๊หลอกเคลียร์คดีหนี้บัตรเครดิต

วันที่ 24 ม.ค. 2563 เวลา 20:14 น.
สาวประเภท2ร้องสอบแก๊งทนายความเก๊หลอกเคลียร์คดีหนี้บัตรเครดิต
สุรินทร์-สาวประเภท2ร้องสภาทนายความช่วยตรวจสอบหวั่นถูกแก๊งทนายเก๊ทวงหนี้หลอกเคลียร์คดีหากยอมจ่ายเงิน20,000บาท

นายจิรัฏฐนันท์ กวัติภา อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นสาวประเภท 2 อยู่บ้านเลขที่ 80/1 ม.2 ต.ประศุก อ.อินทร์บุรี จ.สิห์บุรี ว่า ตนเป็นชาว อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ แต่ไปทำงานเป็นเภสัชกรอยู่ที่กรุงเทพ และได้ย้ายไปอาศัยอยู่ที่ อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี หลายปีแล้ว และเพิ่งจะได้กลับมาอยู่บ้าน ที่ อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ เนื่องจากต้องกลับมาดูแลพ่อซึ่งป่วยอยู่ แล้วก็ได้มาเจอกับเหตุการณ์นี้ โดยมีคนอ้างว่าเป็นทนายความและก็เป็นเจ้าหน้าที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ ได้โทรฯมาแจ้งว่าตนเป็นหนี้ค้างชำระบัตรเครดิต หากจะให้จบคดีก็ให้โอนเงินมาให้จำนวน 20,000 บาท แล้วจะไกล่เกลี่ยให้ แต่ไม่ยอมบอกรายละเอียดเกี่ยวกับการค้างชำระแต่อย่างใด แม้แต่เลขที่คดีความก็ไม่ยอมบอก จะเร่งแต่ให้โอนเงินไปให้อย่างเดี่ยวภายในวันนั้น โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งในวันนี้ได้มาพร้อมกับทนายความ เพื่อที่จะร้องเรียนต่อสภาทนายความจังหวัดรัตนบุรี เพื่อขอความเป็นธรรมและให้ช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าวนี้ด้วย

นายจิรัฏฐนันท์ กวัติภา ได้เล่าเหตุการณ์ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา จู่ๆก็ได้มีตำรวจ ที่ อ.ชุมพลบุรี ไปหาตนที่บ้าน ซึ่งตอนนี้ตนได้กลับมาอยู่บ้านที่ อ.ชุมพลบุรี แล้ว เพื่อมาดูแลพ่อที่ป่วย หลังจากที่ไปอยู่ที่ จ.สิงห์บุรีหลายปี โดยตำรวจบอกว่าตนค้างชำระบัตรเครดิตธนาคารให้ไปขึ้นศาลจังหวัดสุรินทร์ในวันนี้เวลา 10 โมง แต่ตำรวจมาหาตนตอน 11 โมง ตอนแรกตนตกใจและกลัวมาก ซึ่งแต่ก่อนตนเคยมีหนี้ แต่ได้ปิดบัญชีไปแล้ว แล้วทำไมจึงมาฟ้องที่ศาลจังหวัดสุรินทร์ ทั้งๆที่ตนมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.สิงห์บุรี ตนจึงบอกว่าทำไม่เพิ่มมาบอกตอนนี้ ไปไม่ทันแล้ว แล้วจะให้ตนติดต่อได้อย่างไร เขาก็บอกว่าให้ติดต่อไปที่เบอร์นี้ พร้อมกับเอาเบอร์โทรฯให้ ซึ่งตนก็ได้ติดต่อไปเขาก็บอกว่าเขาเป็นทนายความชื่อทักษิณ เขาจะไกล่เกลี่ยคดีให้โดยให้ตนโอนเงินไปให้จำนวน 20,000 บาทก่อน แล้วทุกอย่างจะจบ ซึ่งตอนแรกตนก็คิดอยากจะไกล่เกลี่ย เพราะว่าตนคงไม่มีเวลาวิ่งไปแน่ เพราะคุณพ่อก็เป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่สะดวกที่จะไป แต่พอถามว่าแล้วจะปิดได้อย่างไร แล้วเลขที่คดีดำคดีแดงเลขที่เท่าไหร่ เขาก็ไม่ยอมบอก บอกแต่ให้รีบโอนเงินไปให้อย่างเดี่ยวและภายในวันนี้ด้วย ซึ่งตนก็บอกว่าหาเงินไม่ทันแล้วจะให้ทำอย่างไร ซึ่งเขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะมาทำนองกว่า จะมาติดป้ายอะไรที่บ้านตน พร้อมจะมารังวัดที่ด้วย เหมือนกับว่าจะมายึดบ้านอะไรทำนองนั้น ซึ่งจากการพูดคุยต่อเขาก็ให้เวลามา 3 วันให้รีบหาเงินมาให้ ซึ่งตนก็ได้สอบถามไปว่าตนติดหนี้อยู่เท่าไหร่ เขาก็บอกว่ารวมทั้งหมดก็เป็นแสน โดยต้นอยู่ที่ 7 หมื่นกว่า แต่ถ้าไกล่เกลี่ยตอนนี้เขาลดให้เหลือ 20,000 ซึ่งตนก็ขอว่าหาเงินก่อนแล้วจะติดต่อมาอีกที

ผู้เสียหาย

หลังจากนั้นอีก 2 วันต่อมา ก็มีอีกคนโทรฯมาบอกว่าเขาเป็นนิติกรภาคสนาม แต่พอพูดไปพูดมาก็บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ศาลอยู่ที่จังหวัดสุรินทร์ ชื่อว่าศุภเกียรติ โดยบอกว่าเรื่องที่คุยกันไว้ตกลงว่าไงครับ ซึ่งตนก็บอกว่าตอนนี้ยังหาเงินไม่ได้เลย เขาก็บอกว่าตอนนี้หมายออกมาแล้วยังไงผมจะเข้าไปนะครับ ซึ่งหากจะไกล่เกลี่ยก็ขอให้จัดการให้เสร็จก่อน 4 โมงเย็นวันนี้นะ เพราะศาลเขาจะปิด 4 โมง ตนก็เลยถามไปว่าอยากรู้ว่าเรื่องนี้เป็นคดีดำหรือคดีแดง เขาก็บอกว่าเป็นคดีดำเมื่อปี 53 แล้วก็มาเป็นคดีแดงเมื่อปี 54 ถ้าหากจะชำระก็ให้ไปติดต่อที่ธนาคารเลย แล้วเอาหลักฐานมาเขาก็จะดึงเรื่องออกให้ ซึ่งตนก็พยายามถามต่อว่างั้นขอเลขที่บัญชีเลยจะได้มั๊ย เขาก็บอกว่าไม่ได้ ต้องไปติดต่อเองที่สำนักงานใหญ่ที่กรุงเทพฯ แล้วเขาก็จะให้บัญชีมา ซึ่งตนก็บอกว่ากลัวจะหาเงินให้ไม่ทัน เขาก็บอกว่าตกลงจะไม่ชำระใช่มั๊ย แล้วแต่นะ เขาก็จะปฏิบัติไปตามนั้น ซึ่งเรื่องทั้งหมดนี้ตนฟังแล้วก็งง เลยสงสัยว่าจะถูกหลอก ตนจึงได้ไปปรึกษากับทนายความที่อำเภอชุมพลบุรีซึ่งรู้จักกัน จึงได้พามาร้องกับสภาทนายความในวันนี้ เพื่อให้ช่วยตรวจสอบเรื่องดังกล่าวนี้ให้ด้วย เพราะมันไม่ชอบมาพากล พร้อมกับจะได้ไปแจ้งความกับตำรวจที่ สภ.ชุมพลบุรีด้วยในวันนี้ ซึ่งตนมีหลักฐานคือคลิปเสียงที่แอบบันทึกตอนการสนทนามาด้วย

ด้านนายณัฐวุฒิ โต๊ะสิงห์ เลขานุการสภาทนายความจังหวัดรัตนบุรี ซึ่งเป็นตัวแทนรับเรื่อง และได้กล่าวว่า ในวันนี้ก็ได้มีผู้เสียหายเดินทางมาจากอำเภอชุมพลบุรีมาร้องทุกข์ว่ามีผู้แอบอ้างว่าเป็นทนายความ แล้วก็เป็นเจ้าหน้าที่ศาล ให้ผู้เสียหายโอนเงินให้เป็นค่าดำเนินการ ในส่วนที่ว่าผู้เสียหายนี้ถูกฟ้องต่อศาล แล้วจะสามารถช่วยเหลือผู้เสียหายได้ ซึ่งเป็นการกล่าวอ้างว่าในส่วนที่อ้างตัวว่าเป็นทนายความ เป็นเจ้าหน้าที่ของศาล ซึ่งผู้เสียหายก็สงสัยว่าได้เป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีตำแหน่งในองค์กรทนายความหรือของศาลหรือไม่ เป็นเหตุให้ผู้เสียหายอาจจะถูกหลอก ไม่ทราบว่าทำเป็นขบวนการหรือไม่ ในส่วนนี้สภาทนายความจังหวัดรัตนบุรีก็จะให้ทางผู้เสียหายทำหนังสือมาถึงสภาทนายความจังหวัดรัตนบุรี โดยตนจะรับเรื่องตรวจสอบ โดยจะยื่นหนังสือไปที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อตรวจสอบว่าทนายที่เขาแอบอ้างชื่อคนนี้มีตัวตนจริงหรือไม่ หรือว่าเป็นทนายปลอม ในส่วนของเจ้าหน้าที่ศาลตนก็จะทำหนังสือไปที่ศาลแขวงจังหวัดสุรินทร์ แล้วก็ที่อัยการจังหวัดสุรินทร์ เพื่อสอบถามว่าบุคคลที่กล่าวอ้างนี้มีตัวตนหรือไม่ หรือเพียงกล่าวขึ้นมาลอยๆ เพื่อการหลอกลวงให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จะได้ผลประโยชน์ตามที่เขาเสนอมา ซึ่งทางสภาทนายความจังหวัดรัตนบุรีจะเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยเร่งด่วนต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้องในอดีต