ขายหน้า!นักท่องเที่ยวประจานตร.สนามบินสุวรรณภูมิเมินช่วยจับคนร้าย
สมุทรปราการ-นักท่องเที่ยวโพสต์ตัดพ้อการทำงานของตำรวจไม่ช่วยตามหาคนร้ายฉกกระเป๋าหลังถูกหนุ่มแสบใช้เท้าเขี่ยเก็บไปตอนช่วงชุลมุลแลกเงิน
สมุทรปราการ-นักท่องเที่ยวโพสต์ตัดพ้อการทำงานของตำรวจไม่ช่วยตามหาคนร้ายฉกกระเป๋าหลังถูกหนุ่มแสบใช้เท้าเขี่ยเก็บไปตอนช่วงชุลมุลแลกเงิน
ภาพกล้องวงจรปิดบริเวณจุดแลกเงินซูปเปอร์ลีช ภายในแอร์พอร์ตลิ้ง สนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ บันทึกภาพขณะที่ชายสวมเสื้อยืดด้านในสีขาวมีแว่นตาเหน็บคอเสื้ออยู่ และสวมเสื้อแขนยาวสีดำทับ สวมกางเกงยีนส์ขายาว กำลังยืนรอเข้าคิวแลกเงินตามปกติ แต่หลังจากนั้นได้มีนักท่องเที่ยวสองสามีภรรยา ที่ฝ่ายชายลากกระเป๋าสัมภาระ ส่วนภรรยาอุ้มลูกน้อยวัย 10 เดือนอยู่ที่เอว ได้เดินลากกระเป๋าสัมภาระซึ่งมีกระเป๋าสะพายสีดำวางไว้บนกระเป๋าลากอีกที
ทั้งนี้ กระเป๋าสะพายใบไม่ได้ปิดกระเป๋า จังหวะชายคนดังกล่าวเดินเข้ามาต่อแถวเพื่อรอคิวแลกเงิน ทำให้กระเป๋าสตางค์สีดำที่อยู่ในกระเป๋าสายที่วางอยู่ด้านบนกระเป๋าลาก ได้ตกลงพื้นภายในมีทรัพย์สินประเภททองรูปพรรณและเงินสดรวมทั้งเอกสารสำคัญหลายอย่าง ทำให้ชายที่มายืนต่อคิวอยู่ก่อนหน้าแล้วได้เหลือบไปเห็น ก่อนที่ทีทำเนียนเดินออกจากแถวโดยใช้เท้าซ้ายเตะกระเป๋าสตางค์ผู้เสียหายออกไปและก้มลงเก็บก่อนเดินวนออกไปอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้ออกมาโพสต์และตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่บอกกับผู้เสียหายเพียงว่า ทำได้แค่ลงบันทึกประจำวัน และต้องไปตามหากล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐานจึงจะติดตามจับกุมคนร้ายได้ ขณะที่ผู้เสียหายนำภาพใบหน้าของผู้ก่อเหตุชัดเจนมามอบให้กับทางตำรวจเพื่อใช้เป็นหลักฐาน และต้องรีบเดินทางต่อไปยังต่างประเทศ ทำให้ผู้เสียหายเสียความรู้สึกกับคำตอบที่ได้มา
ผู้เสียหายยังโพสต์ระบุอีกว่า ได้ซื้อสร้อยและจี้ทองคำเพื่อรับขวัญลูกสาววัย 10 เดือน แต่มาถูกลักทรัพย์ไปนั้น ทำให้เสียความรู้สึก ถึงแม้ว่าโดยรวมแล้วจะมีมูลค่าไม่แพงนักแต่ก็มีค่าทางจิตใจ อยากได้คืนกลับมาให้ลูกสาว ซึ่งภายหลังจากที่มีการโพสต์ดังกล่าวออกมาทำให้มีชาวเน็ตจำนวนมากแชร์โพสต์และเข้ามาคอมเม้นเป็นจำนวนมาก
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเยว่า จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่แอร์พอร์ตลิ้ง อยู่นอกความรับผิดชอบของสนามบินสุวรรณภูมิ แต่สนามบินสุวรรณภูมิ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้สั่งการณ์ให้ชุดปฎิบัติการพิเศษร่วมกับฝ่ายสืบสวนของ สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เร่งหาเบาะแสและติดตามตัวผู้ก่อเหตุรายนี้มาดำเนินคดีและนำทรัพย์สินมาคืนให้ผู้เสียหายคืนให้ไดโดยเร็
จากรายงานของเจ้าหน้าที่ทราบว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากแอร์พอร์ตลิ้ง ซึ่งอ้างว่าไม่มีเจ้าหน้าที่เปิดกล้องเพราะติดวันหยุดเสาร์อาทิตย์ คงต้องรอวันจันทร์ถึงจะตรวจสอบจุดที่คนร้ายลงจากรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งได้ แต่ก็พบว่า ผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมเข้ามาในพื้นที่ของแอร์พอร์ตลิ้ง ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อของการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเดินวนไปมา เพื่อหาเหยื่ออยู่หลายรอบ หลังก่อเหตุรีบขึ้นรถไฟฟ้าออกจากจุดเกิดไปโดยเร็วและไม่ได้เดินย้อนเข้ามาในตัวอาคารผู้โดยสารแต่อย่างใด


