ปคบ.ส่งประเด็นสอบคดีดารุมะให้ทุกท้องที่คลี่ปมแชร์ลูกโซ่

วันที่ 24 มิ.ย. 2565 เวลา 15:54 น.
ปคบ.ส่งประเด็นสอบคดีดารุมะให้ทุกท้องที่คลี่ปมแชร์ลูกโซ่
ปคบ.เผยมีโอเพ่นแชทผู้เสียหาย ดารุมะ ซูชิ แล้วกว่า1,800คน ส่งประเด็นการสอบสวนให้ท้องที่ตรวจสอบเข้าข่ายความผิดฉ้อโกงแชร์ลูกโซ่หรือไม่

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. เปิดเผยความคืบหน้าการขยายผลและการดำเนินการคดี ภายหลังจับกุมนาย?เมธา ชลิงสุข? หรือ? เจ้าของกิจการร้านดารุมะซูซิ? ว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายจากกรณีดารุมะซูชิ แจ้งความทางออนไลน์แล้วประมาณ 700 ราย โดยมีการส่งคดีมายังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ประมาณ 250 ราย ซึ่งอยู่ระหว่างประสานกับทางผู้เสียหายว่าจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ในท้องที่ใด รวมถึงยังมีผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความตามท้องที่ต่างๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายกลุ่มที่ซื้อคูปองไปขายต่อเข้าให้การกับพนักงานสอบสวนแล้ว 4 ราย ส่วนผู้เสียหายที่ซื้อแฟรนไชส์นั้นเข้าให้การแล้ว 7 ราย ขณะที่โอเพ่นแชท “ผู้เสียหาย ดารุมะ ซูชิ” มีผู้เข้าร่วมแล้วประมาณ 1,800 คน โดยภายในโอเพ่นแชทดังกล่าว จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยประสานข้อมูลกับทางผู้เสียหายอีกด้วย

ขอฝากถึงประชาชนที่ได้รับความเสียหาย หากสะดวกสามาถเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ปคบ. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือสถานีตำรวจท้องที่เกิดเหตุที่สะดวกได้ โดยทาง บก.ปคบ. ได้ทำการส่งประเด็นการสอบสวนไปยังพนักงานสอบสวนท้องที่ต่างๆ แล้ววานนี้ (23 มิถุนายน) ส่วนการแจ้งความออนไลน์ ทางแอดมินจะส่งประเด็นการสอบสวนให้กับพนักงานสอบสวนในแต่ละท้องที่ต่อไป ซึ่งตนได้สั่งการให้มีการสอบปากคำในประเด็นว่าเข้าข่ายความผิดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน แชร์ลูกโซ่หรือไม่ โดยวานนี้ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ได้มีการเรียกประชุมคณะทำงาน โดยมีการกำหนดประเด็นการสอบสวนเพื่อให้มีความรวดเร็วและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และมีการวางกรอบระยะเวลาให้พนักงานสอบสวนแต่ละท้องที่รวบรวมคำให้การและเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ส่งมายัง บก.ปคบ. ภายในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ เพื่อให้ทันส่งสำนวนไปยังอัยการ

พล.ต.ต.อนันต์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังพบว่ามีผู้ก่อเหตุเพียงรายเดียวคือนายเมธา ผู้ต้องหารายนี้ ซึ่งให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าไม่ได้ทำการฉ้อโกงประชาชน แต่ต้องปิดกิจการเนื่องจากดำเนินธุรกิจต่อไปไม่ไหว ทาง บก.ปคบ. ได้ประสานขอบันทึกรายการเคลื่อนไหวบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาแล้ว เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากพบว่ามีการยักย้ายถ่ายเทไปยังบุคคลใด ก็จะเข้าข่ายความผิดตามมูลฐานฟอกเงินต่อไป