เครือข่ายเยาวชนหวั่นโจ๋ติดน้ำท่อมงอมแงม

วันที่ 23 ก.ย. 2564 เวลา 12:08 น.
เครือข่ายเยาวชนหวั่นโจ๋ติดน้ำท่อมงอมแงม
เครือข่ายเยาวชน จี้ รมว.ยธ. ร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อมปกป้องเด็กและเยาวชนดื่ม “น้ำท่อม”สูตรพิสดาร วอนเพื่อนเยาวชน ลด ละ เลิก กินดื่มภาชนะเดียวกันเสี่ยงโควิด-19

เมื่อวันที่ 23ก.ย.64 ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง พร้อมด้วย นายโยธิน ทองพะวา ประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย นายรวิศุทธ์ คณิตกุลเศรษฐ์ รองเลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย นายสุรนาถ แป้นประเสริฐ เครือข่าย Active Youth และแกนนำเครือข่ายเยาวชน 10 คน แต่งกายด้วยชุดนักเรียนพันธนาการด้วยขวด “น้ำท่อม” เข้ายื่นหนังสือถึง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แสดงจุดยืน ข้อห่วงใย พร้อมข้อเสนอต่อการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม .... ซึ่งกำลังอยู่ในการพิจารณาของวุฒิสภาชั้นกรรมาธิการ

นายรวิศุทธ์ คณิตกุลเศรษฐ์ รองเลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตามที่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับ 8) พ.ศ. 2564 ในประกาศราชกิจจานุเบกษา ปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติดประเภท 5 ทำให้พืชกระท่อมไม่เป็นยาเสพติดและไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป และสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. ....โดยมุ่งส่งเสริมและให้มีการพัฒนาเป็นพืชทางเศรษฐกิจ กำหนดมาตรการดูแลเฉพาะการนำเข้าและการส่งออกเท่านั้นที่ต้องขอรับใบอนุญาตก่อน ส่วนการเพาะ การปลูก และการขายใบพืชกระท่อม นอกเหนือจากที่ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้กำหนดไว้ ให้ทำได้ ประชาชนสามารถครอบครอง บริโภค และใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้ ซึ่งขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของกรรมาธิการวุฒิสภา ในชั้นกรรมาธิการ

“แม้ในร่าง พ.ร.บ.ฯ จะมีมาตรการคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มเปราะบาง โดยมีมาตรการห้ามขายให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร และการห้ามโฆษณาในกรณีที่ใช้พืชกระท่อมเป็นส่วนผสมของยาเสพติดในแบบ 4X100 แต่อาจกล่าวได้ว่ายังขาดความรอบด้านในมิติการปกป้องเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง ความเป็นจริงในตอนนี้การกินน้ำกระท่อมผสมสารเสพติดยิ่งระบาดหนักหลังจากปลดล็อก ถ้าไม่ล้อมคอกกันก่อนวัวหาย ความเสียหายเกิดขึ้นในวันข้างหน้าจะยากเกินแก้ไข ข้อสำคัญคือพืชกระท่อมยังสามารถเสพติดและส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้ ถ้าใช้ไม่เหมาะสม” นายรวิศุทธ์ กล่าว

ด้านนายณัฐพงศ์ สำเภาแก้ว ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า เราเห็นด้วยและสนับสนุนการปลดพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด และเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถครอบครอง บริโภค และใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้ ตามวิถีชีวิตดั้งเดิม แต่อย่างไรก็ตาม เครือข่ายมีข้อห่วงใยในร่างกฎหมายดังกล่าว ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ที่พบว่ายังขาดความรอบด้านในมิติการปกป้องเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง จึงขอแสดงจุดยืนและข้อเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อพิจารณาดังนี้

1.ในร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม ควรกำหนดห้ามขายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี (ร่างเดิมกำหนดที่ 18 ปี) เพื่อลดโอกาสการเข้าถึงออกไปอีกสองปี เช่นเดียวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่แม้จะไม่ใช่สินค้าที่ผิดกฎหมาย แต่มีโอกาสที่เกิดผลกระทบต่อตัวผู้บริโภคและสังคมส่วนรวม

2.ควรกำหนดให้สถานศึกษา เป็นสถานที่ห้ามบริโภคน้ำต้มใบกระท่อม รวมถึงในกิจกรรมหรือโครงการต่างๆที่สถานศึกษาอนุญาตให้จัด เช่น กิจกรรมรับน้อง กิจกรรมค่าย กิจกรรมทัศนศึกษา กิจกรรมกีฬาสี หรือกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน นักศึกษา

3.ควรควบคุมการโฆษณาหรือการสื่อสารการตลาดใบกระท่อมหรือน้ำต้มใบกระท่อม หรือผลิตภัณฑ์อื่นใด มิให้มีเป้าหมายจูงใจ สื่อสารไปที่กลุ่มเด็กและเยาวชน

นายณัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า 4.ควรเปิดช่องในกฎหมาย ให้สามารถออกอนุบัญญัติใหม่ๆ เพื่อควบคุมการขาย/การบริโภคที่อาจมีพัฒนาการส่งผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และประชาชนมากขึ้นในอนาคต 5.ภาครัฐควรเร่งสื่อสาร ให้เด็กและเยาวชนเข้าใจถึงผลกระทบในทางสุขภาพหากใช้อย่างไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง และความผิดที่ยังคงอยู่ตามกฎหมาย กรณีน้ำกระท่อมผสมสารเสพติด ยาแก้ไอ วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิต ประสาท และ 6.ขอวิงวอนไปยังเพื่อนเยาวชนให้ ลด ละ เลิก การบริโภคน้ำต้มใบกระท่อมที่มีส่วนผสมของสารเสพติด(4x100) และสารพัดสูตรเพื่อความมึนเมาและเสพติด เพราะทำลายสุขภาพ ผิดกฎหมาย มีบทลงโทษ และยังเป็นพฤติกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อและแพร่เชื้อโควิด-19 จากการใช้อุปกรณ์ในการบริโภคร่วมกันด้วย

นายสมศักดิ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ต้องขอบคุณทางเครือข่ายที่มาเสนอแนะความเห็น ขณะนี้ ร่างพ.ร.บ.พืชกระท่อม ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว อยู่ในชั้นการพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้มีการปรับร่างให้สอดคล้องกับสภาพสังคม ซึ่งการปลดล็อกพืชกระท่อมเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรอย่างมาก โดยข้อเสนอต่างๆเหล่านี้ตนขอรับไว้ แต่ทางเครือข่ายอาจจะต้องไปยื่นกับทางวุฒิสภาด้วย