มติเอกฉันท์กอ.ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายเเรง"เนตร นาคสุข"

วันที่ 21 ก.ย. 2564 เวลา 15:35 น.
มติเอกฉันท์กอ.ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายเเรง"เนตร นาคสุข"
กอ.ลงมติเป็นเอกฉันท์ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายเเรง"เนตร นาคสุข"คดีสั่งไม่ฟ้อง"บอส วรยุทธ" ชี้โทษสูงสุดไล่ออกจากราชการ แต่เปิดช่องผู้เสียหายฟ้องศาลปกครองได้

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายพชร ยุติธรรมดำรง ประธานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมก.อ. สรุปผลสอบสวนทางวินัยนายเนตร นาคสุข อดีต รองอัยการสูงสุด กรณีมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง นายวรยุทธ หรือบอส อยู่วิทยา ทายาทเครื่องดื่มชูกำลัง ผู้ต้องหา คดีขับรถยนต์หรูชน ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีต ผบ.หมู่ฝ่ายป้องกันและปราบปราม สน.ทองหล่อ เสียชีวิต ขณะขี่รถจักรยานยนต์ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 3 กันยายน 2555 โดยมอบหมายให้นายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ก.อ.ผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนวินัย ซึ่งมีความเห็นว่า อดีตรองอัยการสูงสุด ผิดวินัยไม่ร้ายแรง เนื่องจากไม่พบการทุจริต แต่เป็นความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ เห็นควรงดบำเหน็จหรือไม่เลื่อนขั้นเป็นระยะเวลา 2 ปี และไม่เสนอโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นอัยการอาวุโส

นายพชร กล่าวว่า ที่ประชุมกอ.มีมติ 9 เสียงที่เห็นว่า นายเนตร ขาดความรอบคอบ ประมาทเลินเล่อ อย่างค่อนข้างร้ายแรง จึงต้องตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงต่อไป ซึ่งโทษวินัยร้ายเเรงของข้าราชการอัยการ โทษสูงสุดคือการไล่ออก อย่างไรก็ตามหากผู้เสียหายไม่พอใจ ไม่เห็นด้วยสามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้ โดยที่ประชุมกอ.ในวันนี้ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด กับนายไชยา เปรมประเสริฐ รองอัยการสูงสุด งดออกเสียง นอกจากนี้ที่ประชุมฯ.ยังแต่งตั้งนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อดีตอธิบดีสำนักงานอัยการคดีพิเศษ เป็นประธานคณะกรรมการฯ และหลังจากนี้นายธนพิชญ์จะเป็นสรรหากรรมการฯอีก 2 คน เเละเลขานุการฯอีก1คน

นายพชร กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าได้ตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงนายเนตรแล้ว โดยจะมีระยะเวลาสอบสวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น 60 วัน และสามารถขอขยายระยะเวลาได้อีก 2-3ครั้ง โดยจะสอบในประเด็นการสั่งคดีที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ส่วนประเด็นที่นายเนตรจะยื่นหนังสือลาออกอีกครั้งที่2นั้น เป็นอำนาจของอัยการสูงสุดพิจารณา สำหรับประเด็นที่นายวงศ์สกุล อัยการสูงสุดหนังสือต่อ กอ.ว่าไม่ประสงค์จะเป็นอัยการอาวุโส ที่ประชุม กอ.ได้พิจารณาอนุมัติแล้ว และนายวงศ์สกุลจะพ้นวาระการเป็นข้าราชการในวันที่ 30 ก.ย. นี้

ทั้งนี้ ส่วนทาง กอ.จะเสนอเรื่องนายเนตร หลังสรุปผลว่ามีความผิดวินัยร้ายแรงให้ทาง ป.ป.ช.หรือไม่ นายพชร กล่าวว่า ทั้งอัยการและ ป.ป.ช. ต่างคนต่างสอบ และในอนาคตอาจมีการรวมสำนวนกันได้ และกรณีที่มีอัยการเกี่ยวข้องข้องกับเรื่องการเปลี่ยนเเปลงความเร็วนั้นทางคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายเเรงนายเนตรที่ตั้งขึ้นมาใหม่ก็จะสอบสวนในประเด็นนี้ไปด้วยหลังจากนั้นก็จะนำเสนอผลสอบให้ ก.อ.พิจารณาลงโทษอัยการคนดังกล่าวด้วย

สำหรับ การประชุมมีคณะกรรมการอัยการเข้าร่วมประชุม13 คนจากทั้งหมด 15 คน โดยผลการลงมติเห็นควรให้สอบสวนวินัยร้ายเเรงนายเนตร 9 เสียงเเละงดออกเสียง 2 คน คือ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ และนายไชยา เปรมประเสริฐ รอง อสส. ส่วนนายกายสิทธิ์ พิศวงปราการ ในฐานะประธานกรรมการสอบต้องออกจากห้องประชุม เเละตนในฐานะเป็นประธาน ก.อ.ก็งดออกเสียงเนื่องจากไม่ใช่การชี้ขาด