ตร.แจงเหตุบึ้มขบวนคาร์ม็อบพกมากันเอง-โยนเผาตู้จราจรนางเลิ้ง

วันที่ 20 ก.ย. 2564 เวลา 16:40 น.
ตร.แจงเหตุบึ้มขบวนคาร์ม็อบพกมากันเอง-โยนเผาตู้จราจรนางเลิ้ง
โฆษกนครบาลแจงเหตุระเบิดในขบวนคาร์ม็อบเจ็บ 4 รายเชื่อมีผู้ชุมนุมพกวัตถุระเบิดเข้ามาเร่งสอบขยายผล ย้ำการชุมนุมกลุ่มทะลุแก๊สมีคนหนุนหลังเร่งรวบรวมหลักฐานดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล แถลงสรุปภาพรวมการชุมนุมการจัดกิจกรรมคาร์ม็อบ 19 ก.ย.ว่า กิจกรรมมี 2 กลุ่มหลัก คือ 1.กลุ่มคาร์ม็อบ นำโดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และนายสมบัติ บุญงามอนงค์ รวมตัวกันที่แยกอโศก ในเวลา 14.00 น. เคลื่อนตัวไปตามพระราม 4 เข้าเขตสาทร ฝั่งธน แล้วกลับมาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีการใช้เครื่องขยายเสียง ปิดการจราจร และใช้ผ้าดำคลุมอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เวลา 18.00 น. ยุติการชุมนุมภาพรวมสถานการณ์เป็นไปด้วยความปกติ

ทั้งนี้ ระหว่างเคลื่อนขบวน เวลา 15.15 น.เมื่อผู้ชุมนุมบางส่วนเดินทางถึงหน้าศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีรถจักรยานยนต์ล้มและเกิดระเบิดขึ้นทำให้มีผู้บาดเจ็บ 4 คน จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุและเสื้อผ้าผู้บาดเจ็บน่าเชื่อว่ามี 1 คนพกระเบิดแสวงเครื่องติดตัวมาด้วย ขณะนี้ทั้ง 4 คน รักษาตัวอยู่ใน รพ.ตำรวจ หากผลตรวจสอบยืนยันว่าเป็นวัตถุระเบิดจริงจะมีการดำเนินคดี พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน

สำหรับ กลุ่มที่ 2 กลุ่มทะลุแก๊ส เวลา 17.30 น. รวมตัวที่สามแยกดินแดง ขว้างปาสิ่งของ จุดพลุเพลิง เวลา 19.00 น. ผู้ชุมนุมบางส่วนพยายามมาที่แยกนางเลิ้ง และมีการทำร้ายเจ้าหน้าที่ จากนั้นเวลา 19.00 น.เศษ มีเผาตู้ยามจราจร นางเลิ้งและทางลงด่วนยมราชเสียหาย ขณะเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ตรวจที่เกิดเหตุถูกล้อมรถและทุบทำลายรถ มีการนำเอกสารสำคัญของทางราชการ ที่เกี่ยวกับการตรวจที่เกิดเหตุและเอกสารทางคดีไปทำลายและเผา เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้กระทำผิด 16 รายมาดำเนินคดี ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายในความผิดฐานสมคบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อความไม่สงบเรียบร้อยในบ้านเมือง ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน วางเพลิงเผาทรัพย์ และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจยึดของกลางคล้ายปืนปากกา โดยอยู่ระหว่างการนำส่งไปตรวจพิสูจน์ หากพบว่าเป็นอาวุธปืน ก็จะมีการดำเนินคดีด้วยอีกส่วนหนึ่ง

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวสรุปว่า ตั้งแต่เดือนก.ค.ถึงปัจจุบัน มีการดำเนินคดีเกี่ยวกับชุมนุมทั้งหมด 219 คดี มีผู้ต้องหา 797 คน จับกุมมาแล้ว 552 คน ขณะเดียวกันในช่วงเดือนที่ผ่านมามีทรัพย์สินเสียหาย อาทิ ตู้ยามจราจรกว่า 10 ป้อม, ระบบการควบคุมการจราจรหลายพื้นที่ถูกทำลาย, กล้องวงจรปิดกว่า 40 ตัวถูกทำลาย ทั้งของราชการและเอกชน, ตู้ควบคุมอุโมงค์ดินแดง, ระบบระบายน้ำและระบบพัดลมระบายอากาศในอุโมงค์ดินแดง, ตู้เก็บเงินทางด่วน รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ทั้งของราชการและประชาชนรวมกว่า 50 คัน

อย่างไรก็ตาม มาตรการหลังจากกรณีกลุ่มทะลุแก๊สขยายพื้นที่จากสามแยกดินแดงไปพื้นที่อื่น บช.น.ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่จากสถานีตำรวจต่างๆ มาดูแลความสงบเรียบร้อยพื้นที่วงใน โดยเฉพาะที่แยกสามเหลี่ยมดินแดง จะปรับการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นทุกวัน ส่วนจะมีการพัฒนารูปแบบก่อเหตุความวุ่นวายนั้น ยอมรับว่า เป็นไปได้ เพราะเนื่องจากผู้ที่มาก่อเหตุไม่ได้มาคนเดียว มีผู้อยู่เบื้องหลัง มีคนหนุนหลังอยู่แล้ว บช.น.จะต้องมีมาตรการต่างๆ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินคดีกับผู้อยู่เบื้องหลัง