"สมศักดิ์"สั่งกรมคุมประพฤติทดลองใช้กระท่อมบำบัดผู้ติดยาเสพติด

วันที่ 20 ก.ย. 2564 เวลา 14:58 น.
"สมศักดิ์"สั่งกรมคุมประพฤติทดลองใช้กระท่อมบำบัดผู้ติดยาเสพติด
รมว.ยุติธรรมสั่งกรมคุมประพฤติทดลองใช้พืชกระท่อมบำบัดผู้ติดยาเสพติด ขณะที่นักวิชาการเชียร์เร่งปลูกขายใช้ประโยชน์การแพทย์-ลดความอ้วน-รักษาพาร์กินสัน

เมื่อวันที่ 20 ก.ย.สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส.) จัดเสวนาออนไลน์ "พืชกระท่อมไทยไปตลาดโลก" มี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เป็นประธานเปิดงาน โดยมี นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. นพ.วธวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผอ.สถาบันวิจัยและนวตกรรมทางการแพทย์ มอ. ดร.เอกสิทธิ์ กุมารสิทธิ์ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ เข้าร่วม

นายสมศักดิ์ กล่าว การใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อม หลังจากปลดล็อคขณะนี้ได้พัฒนาไประดับหนึ่งแล้ว ปัจจุบันในท้องถิ่นมีการซื้อขายใบกระท่อมราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 300-500 บาท ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องการอยากจะปลูก เพราะนอกจากใช้เป็นพืชสมุนไพรรักษาโรคแล้ว ยังต่อยอดเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านอุตสาหกรรมและการแพทย์ โดยเฉพาะการวิจัยสารสกัดในพืชกระท่อมเพื่อนำมาบำบัดผู้ติดยาเสพติด ซึ่งตนได้มอบหมายให้กรมคุมประพฤติไปทดลองกับผู้ถูกคุมประพฤติในคดียาเสพติดแล้ว ส่วนป.ป.ส.ได้ทำการการทดลองพัฒนาและวิจัยต่างๆเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามหากเกษตรกรปลูกตามความต้องการของท้องตลาดก็จะควบคุมราคาไว้ได้และจะทำให้เกษตรมีรายได้และช่วยปลดหนี้

ทั้งนี้ ป.ป.ส.มีหมู่บ้านที่อนุรักษ์พันธุ์พืชกระท่อม 135 หมู่บ้าน ต่อไปในอนาคตกระท่อมจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจ ซื้อขาย และปลูกได้ ผมจะหารือกับรัฐบาล โดยขอใช้เวลาอีก 1 ปีครึ่งเพื่อปลดล็อคกฎหมายให้สำเร็จ รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ร่างกฎหมายรอง ได้ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาแล้ว และอยู่ในเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาของวุฒิสภา"นายสมศักดิ์ กล่าว

นายวิชัย กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ ป.ป.ส. ต้องเฝ้าระวังในขณะนี้คือ การนำพืชกระท่อมไปผสมกับยาเสพติดหรือทำเป็น 4x100 ซึ่งต้องเข้มงวดเพิ่มขึ้นกว่าเดิม ส่วนเรื่องของกฎหมายรอง หลักคือการห้ามเด็กและสตรีมีครรภ์นำพืชกระท่อมไปใช้ และทำให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมห้มากที่สุด โดยไม่ให้ตกไปอยู่ในมือนายทุน รวมทั้งการควบคุม การนำเข้า-ส่งออก เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาของผลผลิตภายในประเทศ เนื่องจากหากนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านมากเกินไปก็จะทำให้ราคาพืชกระท่อมในประเทศจะตกต่ำ

ด้าน ผศ.นพ.วธวิทย์ กล่าวว่า พืชกระท่อมมีฤทธิ์ในการรักษาโรคได้หลายอย่าง เช่น การลดระดับน้ำตาลในเลือด ระบบทางเดินอาหาร แก้ปวด จึงจำเป็นต้องพัฒนาต่อยอดเพื่อให้สามารถส่งออกสู่ตลาดโลกได้ โดยเฉพาะการพัฒนาโรงงานต้นแบบในการผลิตสารสกัดมาตรฐานจากสมุนไพรเพื่อใช้ในทางการแพทย์และอาหาร ที่ได้มาตรฐาน GMP เพื่อส่งขายให้กับร้านยา และส่งโดยปัจจุบันได้มีการพัฒนาร่วมกับวิสาหกิจชุมชนแล้ว