“อนุทิน” ยก อสม.ช่วยประคองระบบสาธารณสุขไทย

วันที่ 16 ก.ย. 2564 เวลา 14:29 น.
“อนุทิน” ยก อสม.ช่วยประคองระบบสาธารณสุขไทย
รมว.สาธารณสุข ยก อสม.ช่วยประคองระบบสาธารณสุขไทย ต้องเร่งจัดวัคซีนฉีดให้ครบ พร้อมขอให้ความรู้ชาวบ้านใช้ ATK

เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 64 ที่ กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวในการประชุมทางไกลมอบนโยบาย “อสม. พร้อมบอกต่อเรื่อง ATK สำหรับประชาชน” ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) ทั่วประเทศ ว่า

ต้องขอขอบคุณพี่น้อง อสม.ทุกท่านที่เสียสละ ทุ่มเท มีจิตสาธารณะ ดูแลประชาชนคนไทยทุกคน ตั้งแต่การระบาดรอบแรก จนกระทั่งการระบาดในช่วงเดือนเม.ย.64 เป็นต้นมา ซึ่งขณะนี้สถานการณ์เริ่มทรงตัว แนวโน้มไปในทิศทางดีขึ้น แม้ยังมีการระบาดจำนวนมากก็ตาม แต่ภาพรวม ตามโรงพยาบาล สถานการณ์เตียงค่อยๆ ผ่อนคลายตามลำดับ เรามีเตียงสำหรับรักษาผู้ป่วยอาการหนัก ขณะเดียวกัน ยังได้เตรียมความพร้อมของยา เวชภัณฑ์ และแพทย์

ช่วงการระบาดสูงเดือน ก.ค.64 พื้นที่ กทม. ต้องเจอกับปัญหาหนักหนาสาหัส แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดในต่างจังหวัด แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขในจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงสาธารณสุข ทั้งนี้ กทม.มีอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) แต่ต่างจังหวัดมีพี่น้อง อสม. ทั่วทุกหมู่บ้าน ทั่วทุกตำบล ที่ต่างจังหวัดเรามีโรงพยาบาลจังหวัด โรงพยาบาลอำเภอตลอดจนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และมีพี่น้อง อสม.มาดูแลผู้ป่วย จึงมีการหารือกันในการผ่องถ่ายให้ผู้ป่วยไปรักษาตัวตามภูมิลำเนา ขณะนี้ได้นำผู้ป่วยกลับไปรักษาภูมิลำเนาเกือบ 3 แสนคน

การประชุมวันนี้ เนื่องจากเรามีการจัดหาชุดตรวจหาเชื้อโควิดเบื้องต้น ด้วยแอนติเจน เทสต์ คิท หรือ ATK ที่ได้ อย.รองรับมาตรฐานและขึ้นทะเบียนแล้ว รองรับการตรวจหาเชื้อด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอผลแล็บ เราจึงต้องขอแรง อสม. ในการช่วยแนะนำการตรวจโควิดด้วยตัวเองแก่ประชาชนในพื้นที่ของท่าน ซึ่งบางท่านตรวจเองได้ แต่บางท่านยังไม่สามารถตรวจได้เอง ต้องมีคนแนะนำ อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการตรวจด้วย ATK ก็จะสามารถคัดกรองได้มากขึ้น

ทั้งนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่กว่า 80% จะไม่มีอาการ สามารถเข้าระบบการรักษาที่เรียกว่า การแยกกักที่บ้าน(Home Isolation) หรือการแยกรักษาตัวในชุมชน(Community Isolation) ได้ ยกเว้นกลุ่ม 608 ที่อายุมากหรือมีโรคประจำตัว อาจมีการเปลี่ยนเป็นอาการหนัก แต่เมื่อขึ้นทะเบียนในระบบก็สามารถนำส่งรพ.ได้ สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยแก้ปัญหาคอขวดความหนาแน่นใน รพ.ได้

นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทย ฉีดวัคซีนป้องกันโควิดสะสมกว่า 41 ล้านโดส และกลางเดือน ต.ค. พี่น้องอสม. จากล้านกว่าคน มีอีก 3 แสนคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน เนื่องจากกำลังรอนัดหมาย ก็จะได้รับวัคซีนทุกคน ดังนั้น ภารกิจในการดูแลคน การสอนการใช้ชุดตรวจ ATK จะปลอดภัย ซึ่งเน้นย้ำกับท่านอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ขอให้ท่านตัดบัญชีส่งวัคซีนให้พี่น้องอสม.ด้วย ขาดไม่ได้ สำหรับ 3 แสนคนอย่าน้อยใจว่าทำไมไม่อยู่ในกลุ่มแรก ซึ่งสูตรการฉีดวัคซีน ซิโนแวคเข็มแรก และตามด้วยแอสตร้าเป็นเข็ม2 ใช้เวลาระหว่างเข็มเพียง 3 สัปดาห์ แต่ภูมิคุ้มกันกลับสูงกว่าซิโนแวค 2 เข็ม หรือมีความทัดเทียมกับแอสตร้าฯ 2 เข็ม ขณะที่ ผู้ที่ได้รับซิโนแวคไปแล้ว 2 เข็ม สามารถมาบูสเตอร์เข็ม 3 ด้วยแอสตร้าฯ ทุกคนจะมีความปลอดภัย

“ผมไม่เคยลืมพระคุณ ของ อสม. กระทรวงสาธารณสุข อยู่รอดทุกวันนี้ เพราะเรามีอสม. แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทุกครั้ง ระบบสาธารณสุขไทยไม่ได้ล้มสลาย เรามีอสม. 1 ล้านคนค้ำยันอยู่ และยังมีแพทย์ มีองค์ความรู้มีประสบการณ์ทั้งหลายมาประกอบเป็นขา 4 ขา อสม.คือ ขาหนึ่ง องค์ความรู้ทางการแพทย์ แพทย์พยาบาล งบประมาณที่เรามีอยู่ประกอบเป็น 4 ขา ทำให้ระบบสาสธารณสุขเรามีความแข็งแกร่ง รับรองไม่มีการล้มสลายได้ตามคำปรามาสของใครเป็นอันขาด” นายอนุทิน กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการประชุม นายอนุทิน ได้สาธิตการตรวจหาเชื้อโควิดด้วย ATK ที่ สปสช.เตรียมกระจายสู่ประชาชน เพื่อตรวจหาเชื้อเบื้องต้นด้วยตัวเอง โดยกำชับวิธีการเก็บทิ้งที่ต้องบอกประชาชนว่า อย่าทิ้งลงขยะทั่วไปทันที แต่ต้องจัดเก็บในถุงซิปล็อกที่มากับชุดตรวจ และหาถุงมัดอีกรอบและแยกทิ้งให้ชัดเจนว่า เป็นขยะติดเชื้อ โดยก่อนทิ้ง ให้พี่น้องอสม. ถ่ายรูปผลการตรวจก่อนทุกครั้ง