ศบค.เผยเหตุล็อกดาวน์แต่ยอดติดเชื้อพุ่ง เพราะปชช.การ์ดตก

วันที่ 04 ส.ค. 2564 เวลา 18:47 น.
ศบค.เผยเหตุล็อกดาวน์แต่ยอดติดเชื้อพุ่ง เพราะปชช.การ์ดตก
ศบค.ชี้เหตุล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวไร้ผลเพราะ ปชช.การ์ดตกไม่ปฏิบัติตาม พร้อมแจงเหตุห้ามเดินเลือกซื้ออาหาร

วันที่ 4 ส.ค. แหล่งข่าวระดับสูงในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยถึงกรณีที่อนุญาตให้ประชาชนสามารถซื้ออาหารกลับบ้านจากร้านอาหารที่จำหน่ายภายในห้างสรรพสินค้าได้ ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ได้เห็นชอบในมาตรการการผ่อนคลาย โดยหากอธิบายให้ประชาชนเข้าใจง่ายๆ คือจะมีจุดบริการ 3 จุดคือ 1 รับออเดอร์ 2 จุดรับสินค้า และ 3 จุดจำหน่ายอาหาร

โดยจุดรับออเดอร์และจุดรับสินค้า ห้างสรรพสินค้าสามารถกำหนดให้ 2 จุดดังกล่าวอยู่ภายใน Supermarket ได้ หรือกำหนดที่เดียวกับ Rider ได้ หรืออาจกำหนดแยกต่างหากก็ได้ ซึ่งเดิม Supermarket มีพื้นที่ 100 ตารางเมตร แต่วันพรุ่งนี้จะมีการขยายพื้นที่เป็น 150 ตารางเมตร เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด พร้อมทั้งระบุว่า จุดจำหน่ายอาหารจะต้องอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ต Supermarket เท่านั้น ยกตัวอย่าง ร้านจำหน่ายอาหาร อาจนำสินค้าของตนมาวางจำหน่ายภายในซุปเปอร์มาร์เก็ตได้ แต่หากจะรับออเดอร์จุดรับออเดอร์หรือจุดรับสินค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตใดมีขนาดกว้างขวาง อาจรับสินค้านั้นมาวางอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตได้

เมื่อถามเพิ่มเติม ถึงเหตุผลที่ไม่อนุญาตให้มีการจำหน่ายอาหารหน้าร้าน แหล่งข่าวกล่าวว่า กรณีที่ไม่เปิดให้ผู้ซื้อไปเลือกซื้ออาหารหน้าร้านนั้น มีข้อกังวลว่าผู้ซื้ออาจเกิด การเดินวนไปเรื่อยๆ เพื่อเลือกซื้อสินค้า ซึ่งหากทุกคนทำแบบนี้ ก็จะเกิดความแออัด เสี่ยงต่อการติดเชื้อ ที่บริเวณศูนย์อาหาร และทางกระทรวงสาธารณสุขจึงมีข้อกังวลไม่อยากให้มีการขายสินค้าบริเวณหน้าร้าน

สำหรับกรณีที่จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงถึง 20,000 ราย จะมีการทบทวนมาตรการหรือไม่ แหล่งข่าวกล่าวว่า ในช่วงนี้มีการเร่งตรวจค้นหาเชื้อเชิงรุกมากขึ้น ทั้งการใช้ แอนติเจน เทสต์ คิด รวมไปถึงมีการใช้ชุดตรวจ CCRT ลงพื้นที่ชุมชน เร่งตรวจเพื่อแยกเอาผู้ติดเชื้อมารักษา ช่วงนี้จึงพบว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้น เพราะฉะนั้นในมาตรการด้านสาธารณสุข ยอมรับได้ในระดับ หนึ่งแล้ว และให้ใช้มาตรการนี้ต่อไป อีกระยะหนึ่ง เพื่อเร่งแยกผู้ติดเชื้อนำมารักษา และเร่งจัดตั้งระบบ Home isolation หรือ Community isolation

แหล่งข่าวกล่าวว่า ยอมรับว่าการใช้มาตรการ ล็อกดาวน์หรือเคอร์ฟิว ยังไม่ได้ผล เนื่องจาก ประชาชนยังปฏิบัติตามไม่มากพอสมควร แต่จะพยายามเร่งแก้ไขปัญหา ซึ่งหากเข้มมาตรการมากขึ้นกว่านี้ ก็จะสร้างความเดือดร้อนมากขึ้น ถึงต้องประเมินอีกสักระยะหนึ่ง จำนวนผู้ติดเชื้อเองเพิ่มขึ้นอย่างมีเหตุผล ไม่ได้ทำอะไรเลยมาตรการเหมือนเดิม ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมา นั่นจึงน่าเป็นห่วง