"ล็อกดาวน์ไม่ได้ผล ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติถึงจะหยุดการแพร่ระบาด"

วันที่ 02 ส.ค. 2564 เวลา 12:50 น.
"ล็อกดาวน์ไม่ได้ผล ภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติถึงจะหยุดการแพร่ระบาด"
นพ.มนูญ ชี้มาตรการล็อกดาวน์คุมโควิดไม่ได้แล้ว คาดการแพร่ระบาดหยุดเมื่อคนติดเชื้อร้อยละ 90 จนเกิดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคทางเดินหายใจ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นคาดการณ์ถึงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา หรือ CDC ออกแถลงการณ์ สงครามโควิดได้เปลี่ยนไปแล้ว

การระบาดปีที่แล้วหรือสงครามครั้งแรก หลายประเทศรวมทั้งไทยสามารถเอาชนะเชื้อไวรัสโควิด-19 หยุดการแพร่ระบาดได้ด้วยมาตรการทางสาธารณสุขและการล็อกดาวน์ เพราะข้าศึกหรือเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์ดั้งเดิม เปรียบเหมือนเชื้อไวรัสไข้หวัดเล็ก ยังไม่เก่งพอ คนติดเชื้อ 1 คนสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่น 2 คน

แต่สงครามครั้งนี้หรือการระบาดรอบปัจจุบัน ถึงแม้เราจะออกมาตรการต่างๆ ตั้งป้อมค่ายต่อสู้ ป้อมถูกตีแตก ต้องถอยร่นเข้าหลุมหลบภัย แม้กระทั่งหลุมหลบภัยก็ยังไม่ปลอดภัย เชื้อไวรัสโควิดตามเข้ามาในบ้าน แพร่ระบาดในครัวเรือน เชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าเก่งขึ้นมาก คนติดเชื้อ 1 คนสามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นมากถึง 8-9 คน เปรียบเหมือนเชื้อไวรัสโรคอีสุกอีใส (ดูรูป)

โรคอีสุกอีใสเกิดจากการติดเชื้อไวรัส Varicella ติดต่อได้ 2 ทาง โดยการสัมผัสโดยตรงกับตุ่มน้ำบนผิวหนัง แต่ส่วนใหญ่เกิดจากสูดหายใจเอาละอองฝอยของสิ่งคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ ในอดีตเด็กทุกคนในโลกจะติดเชื้ออีสุกอีใส เพราะติดต่อกันง่ายมาก ในปัจจุบันสถานการณ์โรคอีสุกอีใสดีขึ้นเพราะมีวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส

เราต้องยอมรับความจริง เชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าติดกันง่ายมาก ติดกันทางหายใจ ในที่สุดเกือบทุกคนในโลกไม่ว่าจะเคยได้รับวัคซีนหรือไม่ จะติดเชื้อไม่ช้าก็เร็ว เมื่อประชากรโลกมากกว่าร้อยละ 90 ติดเชื้อ เกิดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ โรคโควิดถึงจะหยุดการแพร่ระบาด เหมือนกับไข้หวัดใหญ่สเปนในอดีตที่ระบาดไปทั่วโลกปี ค.ศ.1918 ใช้เวลา 2 ปี กว่าจะหยุดการระบาด ต่อมากลายเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ประจำถิ่น

คนที่ได้รับวัคซีนโควิดครบโดส ก็ยังมีโอกาสติดเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้าได้ วัคซีนลดการติดเชื้อได้ 3 เท่า แต่ลดอาการรุนแรงถึงขั้นเข้านอนในโรงพยาบาลและเสียชีวิตมากกว่า 10 เท่าเมื่อเทียบกับคนที่ไม่เคยรับวัคซีน วัคซีนป้องกันโรคโควิดที่เป็นรุนแรงมากกว่าร้อยละ 90

ทุกคนควรแข่งกับเวลารีบฉีดวัคซีนให้เร็วที่สุด เพื่อลดการป่วยหนักและเสียชีวิตหากติดเชื้อโควิด และป้องกันตัวเองเต็มที่ด้วยการใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง พยายามอย่าอยู่ในที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่ดี หมั่นล้างมือ พยายามชะลอเวลาการติดเชื้อออกไปให้นานที่สุด เพราะปีหน้าคาดว่าเราจะมียาขนานใหม่ที่มีประสิทธิภาพรักษาโรคนี้ดีกว่ายาปัจจุบัน มาตรการล็อกดาวน์แบบปีที่แล้วต่อให้เข้มแค่ไหน คงไม่ได้ผลกับเชื้อโควิดสายพันธุ์เดลต้า เราต้องยอมรับสงครามเปลี่ยนไป เราไม่สามารถเอาชนะข้าศึกครั้งนี้ได้ เราต้องเรียนรู้อยู่กับโรคนี้

เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาเป็นเดือนแรกที่ไวรัสโควิดสายพันธุ์เดลต้ายึดครองประเทศไทย จำนวนผู้ติดเชื้อในเดือนที่แล้วเพียงเดือนเดียว 337,966 คน เสียชีวิต 2,834 คน ตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดจริงๆน่าจะมากกว่านั้นหลายเท่า คงต้องใช้เวลาอาจจะถึงปี กว่าประชากรไทยร้อยละ 90 ติดเชื้อ โรคโควิดถึงจะหยุดการแพร่ระบาดได้

ที่มา : <iframe src="https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fpermalink.php%3Fstory_fbid%3D2001667390000015%26id%3D604030819763686&show_text=true&width=500" width="500" height="828" style="border:none;overflow:hidden" scrolling="no" frameborder="0" allowfullscreen="true" allow="autoplay; clipboard-write; encrypted-media; picture-in-picture; web-share"></iframe>