posttoday

พบ3เครือข่ายใช้ไทยเป็นฐานส่งออกยาเสพติดไป19ประเทศ

07 มิถุนายน 2564

รมว.ยุติธรรมเผยพบ กลุ่มอัฟริกันตะวันตก-ชาวไทยร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ และ กลุ่มต่างชาติ ไทยเป็นฐานส่งออกยาไอซ์-เฮโรอีนไป 19 ประเทศพบใช้ช่องทางโซเชียลซื้อขายด้วยแอคเคาท์ปลอมยากต่อการติดตามตัว

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ป.ป.ส) แถลงภาพรวมการสกัดกั้นและลักลอบส่งออกยาเสพติด ความคืบหน้าคดีส่งออกยาเสพติดไปต่างประเทศ

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จากสถิติการจับกุมยาเสพติดพบว่ามี 6 ประเทศปลายทางที่ถูกลักลอบนำเข้าไปเสพในต่างประเทศ ยาเสพติดส่วนใหญ่ที่ถูกลักลอบนำเข้ามาในไทย มาจากพม่าโดยมีชนกลุ่มน้อย ซึ่งอยู่ในเขตปกครองเมืองลา มีการผลิตยาเสพติดเพื่อส่งออกจากสามเหลี่ยมทองคำไปในหลายเส้นทาง เช่น ชายแดนไทย-พม่า ด้านภาคตะวันตกเลี้ยวเข้าไทยที่จ.ตากและกาญจนบุรี ภาคเหนือที่จ.เชียงราย-เชียงใหม่ ในภาคอีสาน หรือไปประเทศเวียดนาม

"การนำยาเสพติดลงจากท่าเรือของเวียดนามไปประเทศที่สาม ส่วนใหญ่เป็นไอซ์ และเฮโรอีนที่ใช้ไทยส่งออกยาเสพติดดังกล่าวไปยังประเทศปลายทาง 19 ประเทศ เช่น จีน มาเก๊า ใต้หวัน ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อิสราเอล นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ นอร์เวรย์ รัสเซีย อังกฤษ อเมริกาฯลฯ"รมว.ยุติธรรมกล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นับแต่ปลายปี 2562เป็นต้นมา มีการจับยาเสพติดทั้งไอซ์และเฮโรอีนได้ในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นถือว่าเป็นปัญหาร่วมกันของหลายประเทศในภูมิภาค แต่ก็ถูกสกัดกั้นตรวจยึดได้มากเมื่อเทียบกับที่หลุดรอดไปปลายทาง เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง มีการสืบสวนสอบสวนขยายผลกลุ่มนักค้ายาเสพติดที่สักลอบขนยาเสพติดซุกซ่อนไปกับสิ่งของไปยังต่างประเทศหลายคดีไม่ว่าจะเป็นคดีที่ประเทศออสเตรเสียตรวจยึดไอซ์ 316 กิโลกรัม

"ขณะนี้พบแล้วว่ามีชาวไทยและกลุ่มชาติพันธ์เข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนคดีที่ประเทศเกาหลี ตรวจยึดไอซ์ 9,040.49 กรัม เจ้าหน้าที่กำลังสอบขยายผล"นายสมศักดิ์กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า คดีล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.เจ้าหน้าที่ AITP ชุดปฏิบัติการสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าอากาศยาน ได้เข้าจับกุมนายวิกเตอร์ ซอบูอีซี อูโกวเค่ สัญชาติไนจีเรีย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา และจับกุม ภรรยา ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับคดียาเสพติดคดี ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตและร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้ที่บริเวณล็อบบี้โรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านงามวงศ์วาน ฯ

จากการนำผู้ต้องหาทั้ง 2 เข้าตรวจคันที่พักย่านลาดพร้าวพบยาเสพติดดังกล่าวอีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเพื่อส่งดำเนินคดีต่อไป

"มีข้อสังเกตคือ เครือข่ายกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดที่ลักลอบส่งออกพบว่ามี 3 กลุ่มหลัก คือ 1.อัฟริกันตะวันตก 2. ชาวไทยร่วมกับกลุ่มชาติพันธุ์ และ 3. กลุ่มต่างชาติที่มาซื้อ-ขายยาเสพติดและลักลอบส่งออกเอง นอกจากนี้ยังพบว่า การซื้อ-ขายยาเสพติดเปลี่ยนไปจากเดิม คือ จะมีการส่งยาเสพติดโดยใช้บริษัทขนส่งเอกชนต่างๆ เพื่ออำพรางการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ ซื้อ-ขาย ก็จะผ่านสื่อโซเชียล Line Facebook มีลักษณะอวตาร คือ ไร้ตัวตน ทำให้ไม่สามารถเชื่อมโยงมาถึงผู้ค้าฯหรือตัวผู้สั่งยาเสพติดได้ รวมทั้ง ใช้บุคคลอื่น จ้างวาน ให้นำเงินโอนฝากตู้ฝากเงิน หรือผ่าน E-Banking"นายสมศักดิ์ กล่าว

ขณะที่ นายวิชัย กล่าวว่า ก่อนการแพร่ระบาดของ โควิต-19 เครือข่ายผู้ค้ายาจะใช้ซุกซ่อนยาเสพติดฯ ด้วยวิธีการต่างๆ เช่น ซุกช่อนดัดแปลงมากับกระเป๋าสัมภาระ ผสมกับของใช้ เช่น ครีมทาผิว ยาสระผม หรือซุกในส่วนต่างๆ ของร่างกาย และกลืนลงท้อง แต่หลังจากมีสถานการณ์โควิดฯพบว่าจะใช้การอำพราง ทั้งการดัดแปลงเพื่อซุกซ่อนมากับอุปกรณ์เครื่อง ใช้ไฟฟ้า กรอบรูป ของใช้ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม จาก สถิติการตรวจยึดตั้งแต่ม.ค. –มิ.ย 64 ยึดยาบ้าได้ 294 ล้านเม็ด ไอซ์ 29,369 กิโลกรัม เฮโรอีน 2,38 7 กก. และคีตามีน 1 ,01 7 กิโลกรัม ส่วนสถิติการจับกุมยาเสพติตในไทยที่เตรียมส่งออกต่างประเทศ ตั้งแต่เดือน ม.ค – มิ.ย. 64 รวม 30 คดี เป็นไอซ์ 46.53 กก. ยาบ้า 2.9 กก. เฮโรอีน 267.9กก. ยาอี 1,922 เม็ด กัญชา 2.2 กก. โคคาอื่น 0.05 กก. และคีตามีน 0.51 กก.

“ยาเสพติดที่ยึดได้จากต้นทางก่อนจะส่งถึงปลายได้ในปีนี้มีจำนวน 20 ตัน ถือว่าน้อยกว่าที่ถูกลักลอบนำออกไปประเทศปลายทางได้ นอกจากนี้ยังพบเตรียมส่งออกยังประเทศต่างๆ รวม 12 ประเทศ คือ จีน มาเก็า ไต้หวัน ฮ่องกง ฟิสิปปินซ์ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ อิสราเอล นิวซีแลนด์ ออกเตรเลีย สเปน และนอร์เวย์"

ส่วนสถิติการจับกุมยาเสพติดในต่างประเทศที่ส่งมาไทยตั้งแต่เตือน ม.ค.- มิ.ย.64 รวม 21 คดี เป็นไอซ์ 1,203 กก. เฮโรอีน 23.5 กก. กัญชา 392 กก. เคตามีน 2.04 กก. ยาอี 1,320 เม็ด ประเทศ ปลายทาง คือ ยูเออี เกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง ออสเตรเสีย และนิวซีแสนด์ เกือบทั้งหมดส่งโดยขบวนการค้ายาเสพติตข้ามชาติชาวจีนและแอฟริกันตะวันตก