ศาลให้ประกันหมอลำแบงค์ตั้งเงื่อนไขห้ามทำซ้ำหมิ่นสถาบัน

วันที่ 09 เม.ย. 2564 เวลา 19:26 น.
ศาลให้ประกันหมอลำแบงค์ตั้งเงื่อนไขห้ามทำซ้ำหมิ่นสถาบัน
"หมอลำแบงค์" โล่งก่อนคนแรก ศาลให้ประกันตัว 2 แสนคดีชุมนุม 19 กันยาฯ มีเงื่อนไขห้ามทำซ้ำพฤติการณ์เดิมหมิ่นสถาบันตามเคยแถลง ส่วนเพนกวิน-อานนท์ -รุ้ง-ไมค์-แอมมี่ ยื่นประกันใหม่วืด ศาลชี้ไม่มีเหตุเปลี่ยนคำสั่งเดิม

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 9 เม.ย.64 เวลา 15.00 น. ศาลอ่านคำสั่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราว จำเลยคดีชุมนุมคณะราษฎร ฯ ปักหมุด สนามหลวง คดีหมายเลขดำ อ.287/2564 ที่นายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม หรือหมอลำแบงค์ จำเลยที่ 3, นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยที่ 4, นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือไผ่ ดาวดิน จำเลยที่ 7 ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว โดยเสนอเงื่อนไขหากได้รับการประกันตัว จะไม่ปราศรัยพูดจาพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์อีก

โดยศาลอาญาได้ไต่สวนคำร้องขอปล่อยชั่วคราวก่อนหน้านี้แล้ว วันนี้จึงมีคำสั่งว่าพิเคราะห์จากคำแถลงและการไต่สวนตามคำร้องของนายปติวัฒน์ หรือหมอลำแบงค์ สาหร่ายแย้ม จำเลยที่ 3 ประกอบกับคำรับรองของผู้ที่เกี่ยวข้องกับจำเลยที่ 3 แล้ว น่าเชื่อว่าจำเลยที่ 3 จะไม่ไปก่อเหตุอันตรายประการอื่นได้อีก จึงอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ตีราคาประกัน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามจำเลยที่ 3 กระทำการในลักษณะเช่นเดียวกับที่ถูกกล่าวหาตามฟ้องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ซ้ำอีก หรือไปร่วมกิจกรรมที่อาจทำให้เสื่อมเสียแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ และห้ามจำเลยที่ 3 เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากศาล และให้จำเลยที่ 3 มาศาลตามกำหนดนัดโดยเคร่งครัด ทั้งนี้ก่อนปล่อยตัวจำเลยที่ 3 ให้แจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทราบด้วย

ในส่วนของนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข จำเลยที่ 4 และนายจตุภัทร์ หรือไผ่ ดาวดิน บุญภัทรรักษา จำเลยที่ 7 แม้จะให้ถ้อยคำในชั้นไต่สวนขอปล่อยชั่วคราวเช่นเดียวกับจำเลยที่ 3 แต่กลับปรากฏข้อเท็จจริงในภายหลังว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.64 ศาลนัดสอบคำให้การตรวจพยานหลักฐาน และกำหนดวันนัดสืบพยานคดีอาญาหมายเลขดำ อ. 287/2564 จำเลยที่ 4 และที่ 7 และทนายจำเลยนั้น ไม่ยอมลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณาโดยไม่มีเหตุอันสมควร มีเพียงจำเลยที่ 3 และทนายความจำเลยที่ 3 เท่านั้นที่ลงลายมือชื่อในรายงานกระบวนพิจารณาที่ปรากฏตามรายงานเจ้าหน้าที่ และรายงานกระบวนพิจารณา ลงวันที่ 8 เม.ย.64

อีกทั้งทนายความจำเลยที่ 4 และ 7 นำรายงานกระบวนพิจารณาไปเขียนข้อความเพิ่มเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากศาล ระบุว่า "ทนายความจำเลยที่ 1,2,4,22 ไม่ขอลงชื่อในรายงานกระบวนพิจารณา เนื่องจากไม่ยอมรับกระบวนพิจารณา" กับมีพฤติการณ์จะไม่ยอมไปกำหนดวันนัดสืบพยานที่ศูนย์นัดความ และยื่นคำร้องขอถอนทนายความ ทำให้การกำหนดวันนัดสืบพยานเป็นด้วยความยากลำบาก ซึ่งเป็นอุปสรรคและก่อให้เกิดความเสียหายต่อการดำเนินคดีในศาล

ดังนั้นข้อความและคำแถลงของจำเลยที่ 4 และ 7 ว่าจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่แถลงไว้ต่อศาล จึงไม่น่าเชื่อถือว่าสามารถปฏิบัติตามที่แถลงไว้ต่อศาลได้ ในชั้นนี้ไม่อนุญาตให้ปล่อยจำเลยที่ 4 และ 7 ชั่วคราว จึงให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 4 และที่ 7

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในวันเดียวกันนี้ ญาติของนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ชีวารักษ์ จำเลยที่ 1, นายอานนท์ นำภา จำเลยที่ 2, น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง จำเลยที่ 5, นายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์จำเลยที่ 6, นายไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธ์ หรือแอมมี่ จำเลยที่ 17 ซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วมคณะราษฎรฯ คดีชุมนุมปักหมุดสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.63

อย่างไรก็ตาม ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลอาญาและศาลอุทธรณ์เคยมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 5 คนมาแล้วโดยอธิบายเหตุผลไว้อย่างชัดเจนในชั้นนี้จึงไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมให้ยกคำร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้แกนนำม็อบคณะราษฎรทั้ง 5 คน ซึ่งไม่ได้ประกันตัวตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ถูกคุมขังมาแล้วเป็นระยะเวลา 1 เดือน จะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำและทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป