สันธนะปัดให้ความร่วมมือคดีหลงจู๊จ้างวานฆ่าวินจยย.อ้างไม่เป็นเงื่อนไขที่ขอ

วันที่ 01 เม.ย. 2564 เวลา 13:30 น.
สันธนะปัดให้ความร่วมมือคดีหลงจู๊จ้างวานฆ่าวินจยย.อ้างไม่เป็นเงื่อนไขที่ขอ
สันธนะหอบหลักฐานใส่กระเป๋าใบใหญ่ให้ปากคำฐานะพยานคดีหลงจู๊สมชายจ้างวานฆ่าวินจยย. ก่อนปัดให้ความร่วมมือเหตุไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ร้องขอ

เมื่อวันที่ 1 เม.ย.64 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตนายตำรวจสันติบาล เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. พ.ต.ท.ภูมิรพี สังข์ทอง รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ป. และคณะพนักงานสอบสวนกองปราบฯ ตามหมายเรียกเข้าพบให้ปากคำคดีนายสมชาย จุติกิติ์เดชา หรือหลงจู๊ เจ้าพ่อบ่อนพนันภาคตะวันออก จ้างวานฆ่าวินจักรยานยนต์รับจ้างเมือพัทยา จ.ชลบุรี ในฐานะพยานของคดีดังกล่าว โดยนำเอกสารหลักฐานต่างๆ รวมถึงภาพถ่ายบุคคลสำคัญทางคดีมามอบให้กับพนักงานสอบสวนประกอบการพิจารณา

นายสันธนะ กล่าวว่า ในวันนี้ตนเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนกองปราบก็จริง แต่หากจะให้ปากคำเฉพาะเพียงคดีจ้างวานฆ่าเพียงคดีเดียวโดยไม่ให้มีการพูดคุยถึงคดีบ่อนพนัน ก็คงจะขอไม่ให้รายละเอียดใดๆ เพราะถือเป็นสิทธิ์ของตน ดังนั้นต้องเรียกพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.มาร่วมสอบปากคำในคดีบ่อนการพนันด้วย เพราะคดีนี้มีเรื่องเกี่ยวเนื่องกัน ไม่ใช่เพียง กก.2 บก.ป.ที่ทำคดีเรื่องจ้างงานฆ่าเท่านั้น เพราะคดีนี้ มีผู้มีอำนาจรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องหลายราย หากไม่มีความคืบหน้า ก็ไม่อยากเอาตำแหน่งหน้าที่ส่วนตัวที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบทุจริตในภาครัฐของพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง มายุ่งเกี่ยวเท่าไหร่

นายสันธนะ กล่าวว่า การมาในวันนี้จะพูดคดีนี้เป็นครั้งสุดท้าย แม้วันนี้จะเป็นวันโกหกสากล แต่ยืนยันหลักฐานที่นำมาเป็นของจริง บุคคลที่เอ่ยถึงมีชื่อ มีตัวตนจริง ซึ่งเมื่อวานนี้ ตนได้ทำหนังสือถึง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เพื่อให้เปลี่ยนคณะทำงานสืบสวนสอบสวนของคดีนี้ ซึ่งมีนายตำรวจยศ พล.ต.อ.,พล.ต.ต.และ พ.ต.อ.รวม 3 นาย เพราะที่ผ่านมาคดีมีความผิดเพี้ยนไปมาก ดังนั้นนายตำรวจทั้ง 3 นาย จึงไม่ควรอยู่ในชุดทำคดี เนื่องจาก พล.ต.อ.นายนี้ มีความใกล้ชิดกับเจ้าของเว็บพนันกาแล็กซี่ออนไลน์ ตัวจริง ไม่ใช่นายเสี่ยโป้ โป้อานนท์ ตามที่มีการกล่าวหา ซึ่งทั้ง 2 คดีมีความเชื่อมโยงถึงกัน

นายสันธนะ กล่าวว่า ส่วน พล.ต.ต.ตำแหน่งระดับผู้บังคับการ ช่วยราชการในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ดูแลคดีเสี่ยโป้ นั้นก็เป็นมือวางของ พล.ต.อ.นายนี้ และเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอื้อฉาวสำคัญ 2 คดีในอดีต ที่จบไปแล้ว จึงไม่น่าไว้วางใจ ส่วน พ.ต.อ.มีตำแหน่งรองผู้บังคับการกองปราบ แต่กลับให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อ ในลักษณะที่ทำให้สังคมเข้าใจว่าตนมีส่วนร่วมกระทำผิด หรือฟอกเงินในคดีนี้ ถามว่าหากตนเข้าไปเกี่ยวข้องกับคนผิดจริง เหตุใดจึงรอดมาได้ อย่าลืมว่าตนก็เคยรับราชการตำรวจสังกัดกองปราบมาก่อนเหมือนกัน

นายสันธนะ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ทราบมาว่านายสมชาย ซึ่งขณะนี้ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำเดียวกับนายเสี่ยโป้ ได้มีการพูดคุยปรึกษากันในเชิงตัดพ้อว่า “จ่ายขนาดนี้ ยังโดนหลอกได้” ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ตนมีหลักฐานเป็นภาพถ่าย แชตการพูดคุยสนทนาคนที่รับเงิน 3 ล้านบาท เพื่อเจรจากับครอบครัววินจักรยานยนต์ผู้ตาย กับญาติ ก่อนเกิดเหตุฆาตกรรมขึ้น

ด้าน พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป. กล่าวว่า สำหรับการเชิญ นายสันธนะ มาสอบปากคำในฐานะพยานของคดีจ้างวานฆ่า แต่หากเจ้าตัวไม่สงค์จะให้ข้อมูล ก็ไม่ได้มีผลต่อรูปคดี เพราะหลักฐานที่มีอยู่ก็ค่อนข้างความชัดเจนสามารถเอาผิดนายสมชาย หรือ หลงจู๊ ได้อยู่แล้ว ส่วนประเด็นต่างๆ ที่นายสันธนะให้สัมภาษณ์นั้น ตำรวจกองปราบปรามกำลังถอดเทปการให้สัมภาษณ์ว่ามีข้อมูลใดที่ใช้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดีได้บ้าง หรือเข้าข่ายการละเมิดบุคคลใด แต่ในเมื่อตอนนี้เรียกมาแล้วเจ้าตัวไม่ยอมให้การ ก็คงไม่เรียกมาอีกแล้ว

พ.ต.อ.เอนก กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ คดีจ้างวานฆ่าและการฟอกเงินอยู่ในความรับผิดชอบของ กก.2 บก.ป.ส่วนคดีเว็บพนันออนไลน์ของนายเสี่ยโป้ที่นายสันธนะ ต้องการให้ปากคำด้วย เป็นคดีของ กก.1 บก.ป.ซึ่งคดีนี้ เป็นคดีในความรับผิดชอบของอัยการสูงสุดในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน และเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ซึ่งการทำคดี ต้องให้อัยการเป็นผู้พิจารณา จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ กก.1 บก.ป. เข้ามาร่วมสอบปากคำในคดีจ้างวานฆ่าด้วย ตำรวจมีขั้นตอนการทำงานอยู่แล้ว

รายงานข่าวแจ้งว่า อย่างไรก็ตามหลังนายสันธนะ เดินเข้าอาคารสอบสวนกองปราบได้เพียง 5 นาที ก็ได้เดินออกมาจากห้องสอบสวนทันที พร้อมกับให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนสั้นๆอีกครั้งว่า ได้พบเพียงแค่พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.เพียงคนเดียว ไม่ตรงตามเงื่อนไขที่ขอให้นำพนักงานสอบสวนคดีเว็บพนันของเสี่ยโป้ที่เชื่อมโยงกับคดีจ้างวานฆ่า มาร่วมสอบปากคำด้วย ตนจึงเดินทางกลับ และถือว่ามาพบแล้ว ก่อนจะเดินทางกลับในทันที