อุทยานแห่งชาติลงภาคใต้สร้างการรับรู้2พ.ร.บ.ฉบับใหม่

วันที่ 26 มี.ค. 2564 เวลา 15:56 น.
อุทยานแห่งชาติลงภาคใต้สร้างการรับรู้2พ.ร.บ.ฉบับใหม่
กรมอุทยานแห่งชาติฯ ลงพื้นที่ภาคใต้ จัดเวทีเสวนาสัญจรสร้างการรับรู้ภาคประชาชนต่อ2พ.ร.บ.ฉบับใหม่เน้น “คนสมดุล ป่าสมบูรณ์”

ที่ศาลาประชาคม อ.คุระบุรี จ.พังงา นายภานุมาศ สามสีเนียม ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ และนายเพิ่มศักดิ์ คงแก้ว ผู้แทน ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 กรมอุทยานแห่งชาติฯ พร้อมคณะผู้บริหารจากอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ อุทยานแห่งชาติฯศรีพังงา ผู้นำชุมชนมอแกนและตัวแทนประชาชนในพื้นที่ร่วมเสวนาสื่อสัญจร ครั้งที่ 4 ภายใต้โครงการการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่สำคัญเพื่อการศึกษาเกี่ยวกับกฎหมายของกรมอุทยานแห่งชาติ

นายเพิ่มศักดิ์ เปิดเผยว่า เจตนารมณ์สำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้ คือ กฎหมายที่ทำให้เราอยู่ร่วมกันได้ “ป่าอยู่ได้... คนอยู่ได้”ที่ผ่านมาได้ประชาสัมพันธ์ไปแล้ว ในพื้นที่ 3 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และเลย กฎหมายฉบับปรับปรุงนี้ จะช่วยแก้ไขปัญหาเรื่องการบุกรุกครอบครองที่ดินในเขตอุทยานแห่งชาติ เปิดให้ชาวบ้านสามารถเก็บหาของป่าหรือหากินในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้ขณะเดียวกัน พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ได้เพิ่มบทลงโทษให้มากขึ้น เพื่อที่ประชาชนจะไม่กล้าฝ่าฝืนกฎหมาย อาทิ ผู้ใดยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000 -2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น

ด้านนายอาทิตย์ ขยันกิจ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จ.พังงา กล่าวว่า หลังจากประกาศใช้ พ.ร.บ.ใหม่ทั้ง 2 ฉบับ ได้ลงพื้นที่ไปยังหมู่บ้านมอแกน หมู่เกาะสุรินทร์ เพื่อสำรวจพื้นที่ และประชากรรวมถึงชี้แจงข้อกฎหมายใหม่ในม.64 และ ม.65 ทั้งนี้จากการสำรวจพื้นที่แปลงรวมจำนวน 6.1 ไร่ พบประชากรทั้งหมดจำนวน 78 ครัวเรือน โดยอนุญาตให้ใช้ประโยชน์จากพืชพรรณไม้และพันธุ์ปลารวม 168 ชนิดได้ ชาวบ้านมอแกนส่วนใหญ่ทำประมงพื้นบ้านเพื่อยังชีพ และไม่เคยบุกรุกพื้นที่ในเขตหวงห้าม ซึ่งตรงตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายใหม่ที่ต้องการให้คนกับป่าอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล จึงอยากให้ทุกคนช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และใช้ประโยชน์ไม่ให้เกินขีดความสามารถของทรัพยากรที่จะทดแทนได้ เพียงเท่านี้เราจะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน