ศาลฎีกาจำคุก2ปี18เดือน เสก โลโซเสพยา-ต่อสู้ขัดขวางจับกุมของตำรวจ

วันที่ 25 มี.ค. 2564 เวลา 11:03 น.
ศาลฎีกาจำคุก2ปี18เดือน เสก โลโซเสพยา-ต่อสู้ขัดขวางจับกุมของตำรวจ
ส่งตัวเข้าเรือนจำทันที ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี 18 เดือน “เสก โลโซ”คดีเสพยา ขัดขวางการจับกุมของตำรวจตามหมายจับนครศรีฯคดียิงปืนขึ้นฟ้าบวงสรวงพระเจ้าตากเมื่อปี60

เมื่อวันที่ 25 มี.ค.64 ที่ศาลจังหวัดมีนบุรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 12 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเสกสรรค์ ศุขพิมาย หรือเสก โลโซ ศิลปินร็อกเกอร์ชื่อดัง อายุ 47 ปี เป็นจำเลย ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานระหว่างปฏิบัติตามหน้าที่ฯ ตามป.อาญามาตรา 138 ฐานเสพยาเสพติดและฐานมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน

กรณีเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.60 เวลาประมาณ 18.00 น. จำเลยได้มีอาวุธปืนพกออโตเมติก ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนออโตเมติกอีกจำนวน 6 นัด และจำเลยเสพเมทเอมเฟตามีน กับเสพเมทิลลีนไดออกซีเมทเอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เข้าสู่ร่างกายซึ่งจำนวนและน้ำหนักเท่าใดไม่ปรากฏชัด โดยจำเลยยังต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ด้วย

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ให้จำคุกตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ 1 ปี รับสารภาพลดโทษเหลือ 6 เดือน

ฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยขู่เข็ญว่าจะประทุษร้ายโดยมีอาวุธปืน ให้จำคุก 1 ปี 6 เดือน

และฐานเสพยาฯ จำคุกอีก 6 เดือน รวมจำคุกคดีนี้ทั้งสิ้นเป็นเวลา 1 ปี 18 เดือน

และให้บวกโทษของศาลอาญาคดีทำร้ายร่างกายสาวคนสนิทของอดีตภรรยาอีก 1 ปี 3 เดือน เป็นจำคุกจำเลยทั้งสิ้น 2 ปี 21 เดือน โดยศาลไม่รอการลงโทษ เเม้จำเลยอ้างป่วยเป็นโรคไบโพลาร์ เนื่องจากเห็นว่าจากพฤติการณ์การสื่อสารกับเจ้าหน้าที่พบว่าจำเลยรู้ผิดชอบดี จึงไม่อาจอ้างภาวะป่วยดังกล่าวได้

การกระทำของจำเลยนั้นไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายศาลเคยให้โอกาสกลับตัวเป็นคนดีในการรอลงอาญาคดีอื่นไว้แล้วแต่จำเลยยังมากระทำผิดซ้ำในช่วงเวลารอลงอาญาอีก จึงไม่สมควรให้รอลงอาญาและให้นับโทษจำเลยต่อจากคดี พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชด้วย

ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่าฐานมีอาวุธปืนซึ่งเป็นของผู้อื่นที่ได้รับใบอนุญาตให้มี และใช้ตามกฎหมาย และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจำคุก 5 เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุก 3 เดือน เมื่อรวมกับโทษฐานอื่นตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นจำคุก 1 ปี 15 เดือน บวกโทษจำคุก 1 ปี 3 เดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ3705/2559 ของศาลอาญาเข้ากับโทษของจำเลย ในคดีนี้เป็นจำคุก 2 ปี 18 เดือนให้ยกคำขอให้นับโทษต่อจากโทษของจำเลยในคดีอาญาของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช

ศาลฎีกาพิพากษา มีคำพิพากษาว่า คดีนี้จำเลยยื่นขอรับรอง อนุญาตให้ฎีกา จากผู้พิพากษาศาลชั้นต้น และผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ที่นั่งพิจารณา และผู้ที่นั่งทำคำพิพากษา ซึ่งผู้พิพากษาได้พิจารณาคำร้องขอให้รับรองให้ยื่นฎีกาแล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามที่ให้ยื่นฎีกาจึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ยื่นฎีกา คดีจึงถึงที่สุด ให้ออกหมายคดีถึงที่สุด และให้จำคุกจำเลยไปตามคำพิพากษาศาลอุทรณ์ จากนั้นราชทัณฑ์จึงคุมตัวนายเสกสรรค์เข้าไปยังเรือนจำใต้ถุนศาล เพื่อส่งตัวไปยังเรือนจำพิเศษมีนบุรีต่อไป

ทั้งนี้ ก่อนหน้าฟังคำพิพากษา เสก โลโซ พูดสั้นๆ ว่า ตอนนี้เป็นช่วงพัก ไม่ได้ทำเพลงใหม่ออกมา แต่ว่าเรื่องยาเสพติด เลิกเด็ดขาดแล้ว

ด้านทนายความ เปิดเผยเพียงสั้นๆ จะปรึกษา นางวิภากร หรือกานต์ ภรรยา เสก โลโซ เพื่อจะอุทธรณ์คำสั่งภายใน 15 วัน

ด้านนางวิภากานต์ ศุขพิมาย หรือ กานต์ ภรรยา ของเสก โลโซ เปิดเผยว่า เบื้องต้น ก็ขอให้เป็นไปตามความเห็นของศาล ซึ่งตนเองอยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการในส่วนของคดีอยู่ ซึ่งยังมีความหวังว่าสามีอาจจะไม่ต้องถูกจำคุก โดยก่อนหน้านี้ตนเองกับสามีได้มีการพูดคุย เตรียมการไว้ในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งหลังจากที่ศาลมีสั่งแล้วจากการพูดคุยกับสามีพบว่าเจ้าตัวยังมีน้ำเสียงปกติ เพราะก่อนหน้านี้ได้มีการเตรียมการไว้แล้วหากผลการตัดสินออกมาในรูปแบบนี้ ซึ่งก็เคารพการตัดสินยอมรับในดุลยพินิจของศาล โดยคดีดังกล่าวถือว่ามีอัตราโทษไม่สูง เป็นเพียงการเสพยาเสพติดไม่มีของกลาง ไม่มีความจำเป็นต้องควบคุมตัวภายในเรือนจำ โดยตนได้บอกสามีว่าไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวก็เจอกัน