ปคบ.ลุยกวาดล้างคลินิกเสริมความงามเถื่อนจับหมอกระเป๋า

วันที่ 24 มี.ค. 2564 เวลา 15:34 น.
ปคบ.ลุยกวาดล้างคลินิกเสริมความงามเถื่อนจับหมอกระเป๋า
ตำรวจปคบ.ลุยจับคลินิกเสริมความงามเถื่อนและหมอกระเป๋าในกทม.-ปริมณฑลเปิดให้บริการโดยไม่ได้รับอนุญาต เตือนแพทย์ต้องคำนึงถึงจรรยาบรรณทางการแพทย์

เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่กองบังคับการปราบปรามกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ., นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ร่วมแถลงการตรวจค้นจับกุมสถานบริการทางการแพทย์ไม่ได้รับอนุญาต (คลินิกเถื่อน) และผู้ที่ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต (หมอกระเป๋า) ระหว่างวันที่ 15-23 มี.ค. จำนวน 6 แห่ง

พล.ต.ท.เพิ่มพูน กล่าวว่า ในปัจจุบันธุรกิจบริการด้านสุขภาพและความงาม มีการขยายตัวแข่งขันให้รับบริการเสริมความงามด้วยวิธีการศัลยกรรมหรือฉีดสารเสริมความงามเพื่อให้ใบหน้าเนียนใส หรือแม้แต่เพิ่มขนาดหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นอย่างแพร่หลาย จึงมีกลุ่มบุคคลบางพวกได้อาศัยเป็นช่องทางลักลอบให้บริการโดยผิดกฎหมายและขาดมาตรฐาน ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายและชีวิตของผู้รับบริการ จึงร่วมบูรณาการหลายหน่วยงานเข้าจับกุมสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต (คลินิกเถื่อน) และผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต (หมอกระเป๋า) รวมทั้งหมด 6 แห่ง

ด้าน พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ เผยว่า โดยจับกุมหมอกระเป๋า จำนวน 3 ราย คือ 1. น.ส.สายฝน (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ได้ที่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี อ้างว่าทำมาแล้วประมาณ 1 ปี 2. นายนฏกร (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี จับกุมในพื้นที่แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร อ้างทำมาแล้ว 2 ปี และ 3. น.ส.จินตนา (สงวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 136/2564 ลง 10 มีนาคม 2564 พร้อมตรวจยึดของกลาง เครื่องมือทำเลเซอร์ในโปรแกรมเทอมาจ (Thermage), เครื่องทำเลเซอร์ในโปรแกรมอัลเทอร่า (Ulthera) และผลิตภัณฑ์ยา ซึ่งมีผู้เสียหายเข้ารับบริการยกกระชับใบหน้าด้วยเลเซอร์ในโปรแกรมเทอมาจ แล้วเกิดผลข้างเคียง มีอาการบวมและเกิดรอยไหม้บริเวณใบหน้า จึงได้มาร้องทุกข์ ปคบ. ก่อนตามจับกุมได้ที่ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ สารภาพทำมาแล้ว 2-3 ปี ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบแหล่งที่มาของเครื่องทำเลเซอร์ว่าทำตามขั้นตอนกฎหมายหรือไม่

พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ เผยอีกว่า สำหรับการจับกุมคลินิกเถื่อน 3 แห่ง คือ 1. คลินิกย่านรัชดา เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร จับกุม น.ส.วรรณี (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี และ นายกันต์ธิพัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี 2. คลินิกย่านถนนวิภาวดี เขตหลักสี่ จับกุม น.ส.ปรารถนา (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี และ 3. คลินิกย่านถนนพระยาสุเรนทร์ เขตคลองสามวา จับกุม นายธรรมศาสตร์ (สงวนนามสกุล), น.ส.ชนันธร (สงวนนามสกุล), น.ส.แก้วไพลิน (สงวนนามสกุล), นายณัฐพล (สงวนนามสกุล), น.ส.จุรีรัตน์ (สงวนนามสกุล) และ น.ส.เสาวรส (สงวนนามสกุล)

ขณะที่ นพ.ธเรศ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีแพทย์จำนวนมากที่เข้าตรวจและให้บริการแก่ประชาชน โดยไม่รู้ว่าสถานพยาบาลที่ตนรับดำเนินการนั้นยังไม่ได้รับอนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งนี้ จึงขอเตือนแพทย์ที่จะเข้าไปให้บริการตรวจ รักษา ควรตรวจสอบวัน เวลา ที่รับอนุญาตให้ครบถ้วน โดยให้คำนึงถึงจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพเป็นสำคัญ หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบการกระทำที่ร้ายแรงอาจส่งผลต่อวิชาชีพ

ส่วน พ.ต.อ.เนติ กล่าวว่า จากการสอบสวนพบว่าคนที่เป็นหมอกระเป๋าทั้งหมดไม่ได้เป็นแพทย์เสริมความงาม แต่เรียนรู้วิธีการเองซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ส่วนคลินิกเถื่อนพบว่ามีแพทย์เข้ามาให้บริการซึ่งจะรวบรวมหลักฐานให้แพทยสภาพิจารณาดำเนินการต่อไป เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต, ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต, ขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป