"อัศวิน"ตรวจความพร้อม16รพ.ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด

วันที่ 25 ก.พ. 2564 เวลา 16:40 น.
"อัศวิน"ตรวจความพร้อม16รพ.ให้บริการฉีดวัคซีนโควิด
ผู้ว่าฯกทม.โชว์สาธิตบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นต้นแบบให้สถานพยาบาลกลุ่มเป้าหมายในกทม.นำไปปฏิบัติ ลดอัตราการป่วยและเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 25 ก.พ. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. นำคณะผู้บริหาร และผู้เกี่ยวข้อง เยี่ยมชมการสาธิตการฉีดวัคซีนโควิดให้กับประชาชน ณ โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน เขตบางขุนเทียน โดยการสาธิตการให้วัคซีนกทม.ได้เชิญผู้แทนโรงพยาบาลสังกัด และโรงพยาบาลเอกชนในพื้นที่ 6 เขตที่ให้บริการวัคซีนโควิด-19 ในระยะแรก รวมทั้งสิ้น 16 โรงพยาบาล มาร่วมชมการสาธิต เพื่อเตรียมความพร้อมด้านสถานที่และบุคลากรให้สามารถบริการประชาชนได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ

ทั่งนี้ ได้แก่ 1.เขตจอมทอง ประกอบด้วย รพ.บางขุนเทียน 1 รพ.บางปะกอก 9 อินเตอร์เนชั่นแนล และรพ.บางมด 2.เขตบางขุนเทียน ประกอบด้วย รพ.พีเอ็มจี รพ.นครธน และรพ.ผู้สูงอายุบางขุนเทียน 3.เขตบางแค ประกอบด้วย รพ.เกษมราษฎร์บางแค รพ.ราชพิพัฒน์ และรพ.บุญญาเวช 4. เขตบางบอน ประกอบด้วย รพ.บางปะกอก 8 และรพ.สหวิทยาการมะลิ 5. เขตภาษีเจริญ ประกอบด้วย รพ.บางไผ่ รพ.มิตรประชา (เพชรเกษม 2) และรพ.พญาไท 3 6.เขตหนองแขม ประกอบด้วย รพ.วิชัยเวชอินเตอร์เนชั่นแนลหนองแขม และรพ.หลวงพ่อทวีศักดิ์ ชุตินธโร อุทิศ

สำหรับ วัคซีนโควิด-19 ที่กทม.จะได้รับจากรัฐบาลในระยะแรก มีจำนวน 66,000 โดสเข็ม จะสามารถให้ประชาชนได้จำนวน 33,000 คน เนื่องจากต้องให้วัคซีนคนละ 2 โดส หรือ 2 เข็ม ในระยะเวลาห่างกันประมาณ 2-4 สัปดาห์ โดยกลุ่มเป้าหมายการให้วัคซีนโควิด-19 ระยะแรกมีวัคซีนจำนวนจำกัด ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขด่านหน้า ทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 6,200 คน กำหนดให้วัคซีนในสัปดาห์แรก เพื่อเฝ้าสังเกตอาการหากมีอาการไม่พึงประสงค์จะสามารถให้การดูแลได้อย่างทันท่วงที

จากนั้นสัปดาห์ที่ 2 จะให้วัคซีนแก่ อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) และเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมโรคโควิด 19 ที่มีโอกาสสัมผัสผู้ป่วย ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ด้านการพยาบาลพอสมควร ซึ่งหากเกิดอาการไม่พึงประสงค์จะสามารถดูแลตนเองได้ในระดับหนึ่ง จำนวน 800 คน กลุ่มต่อไป คือ กลุ่มผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคเสี่ยง คือ 1.โรคทางเดินหายใจเรื้อรังรุนแรง 2.โรคหัวใจและหลอดเลือด 3.โรคหลอดเลือดสมอง 4.โรคไตเรื้อรัง 5.โรคมะเร็งทุกชนิด ที่อยู่ระหว่างเคมีบำบัด รังสีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัด 6.โรคเบาหวาน 7.โรคอ้วน ที่มีอายุ 18-59 ปี จำนวน 23,500 คน และกลุ่มสุดท้าย คือ ประชาชนทั่วไปและแรงงาน (อายุ 18-59 ปี) จำนวน 2,500 คน ทั้งนี้ มีโรงพยาบาลที่จะร่วมให้บริการฉีดวัคซีน จำนวน 15 แห่ง ประกอบด้วย โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร 3 แห่ง และโรงพยาบาลเอกชน 12 แห่ง

ทั้งนี้ ก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนทุกคนต้องวัดไข้ ล้างมือด้วยเจลแอลกอฮอล์ทุกคน จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนเข้ารับการฉีดวัคซีน ประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1 เป็นการลงทะเบียน (ทำบัตร) เพื่อยืนยันตัวตน ขั้นตอนที่ 2 ชั่งน้ำหนัก วัดความดันโลหิต ขั้นตอนที่ 3 คัดกรอง ซักประวัติ และลงนามใบยินยอมการรับวัคซีน ขั้นตอนที่ 4 รอฉีดวัคซีน ขั้นตอนที่ 5 เข้ารับการฉีดวัคซีน จากนั้นขั้นตอนที่ 6 จะให้ผู้ที่เข้ารับการฉีดวัคซีนทุกรายนั่งพักรอสังเกตอาการจนครบ 30 นาที โดยได้จัดให้มีพื้นที่ปฐมพยาบาล แพทย์ พยาบาล และอุปกรณ์ช่วยชีวิตสำหรับการดูแลผู้ที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนจากการฉีดวัคซีน และมีการแนะนำวิธีการใช้ Line Official Account “หมอพร้อม” เพื่อติดตามอาการหลังการฉีดวัคซีน 1 วัน 7 วัน 30 วัน และรับการแจ้งเตือนเพื่อฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 รวมถึงผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบทั้ง 2 เข็ม จะได้รับใบยืนยันการฉีดวัคซีนทาง Line Official Account “หมอพร้อม” อีกด้วย ขั้นตอนที่ 7 จุดตรวจสอบก่อนกลับบ้าน เจ้าหน้าที่จะสอบถามอาการ ให้คำแนะนำ และออกใบนัดการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 จากนั้นจะมีการแสดงผล Dash Board จาก Line Official Account “หมอพร้อม” แสดงการประเมินผลความครอบคลุมทุกกระบวนการการบริการ การติดตามอาการไม่พึงประสงค์ของวัคซีนที่เกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีความมั่นใจในความปลอดภัย และประสิทธิภาพของวัคซีนที่ได้รับ

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโควิด–19จนถึงปัจจุบัน การฉีดวัคซีน ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งความหวังในการควบคุมการแพร่ระบาด ที่สามารถกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชน เพื่อป้องกันการเกิดอาการ ลดความรุนแรงของโรค รวมถึงลดอัตราตายได้ จากการศึกษาพบว่า เมื่อประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนจะไม่ค่อยมีอาการรุนแรง ถือเป็นแนวทางป้องกันที่ดีแนวทางหนึ่ง ขณะนี้ประเทศไทยได้รับการส่งมอบวัคซีนเพื่อดำเนินการฉีดให้แก่ประชาชนแล้ว และจะทยอยได้รับการส่งมอบเป็นระยะๆ ต่อไป

ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า กททม.ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่มีประชากรจำนวนมาก ประกอบกับมีพื้นที่เสี่ยงจำนวน 6 เขต การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชน ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับวัคซีน จึงเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและมีความจำเป็นอย่างยิ่ง การซักซ้อมความเข้าใจ รวมถึงการสาธิตการบริการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด– 19ณ โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน ซึ่งเป็น 1 ใน 2 โรงพยาบาลที่ให้บริการฉีดวัคซีน ระยะที่ 1 ในวันนี้ จึงสามารถใช้เป็นแนวทางใน การจัดบริการฉีดวัคซีนในสถานพยาบาลแห่งอื่น ๆ ได้ต่อไป

ด้าน นพ.สุขสันต์ กิตติศุภกร ผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ กล่าวถึงความพร้อมของโรงพยาบาลในสังกัดกทม.ว่า บุคลากรของกทม.มีประสบการณ์ในการฉีดวัคซีน แต่สิ่งที่ประชาชนต้องเตรียมคือ ต้องมีการลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิฉีดวัคซีน และลงเวลานัดหมาย เลือกโรงพยาบาลที่สะดวก เพื่อประหยัดเวลาในการรอคอย หากไม่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้า กทม.ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ไว้คอยอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนในระบบหมอพร้อม และทำการนัดหมายให้ ในการฉีดวัคซีนเข็มแรกและเข็มที่สองควรไปฉีด ณ โรงพยาบาลเดียวกัน และเมื่อถึงวันนัดหมายฉีดวัคซีน ให้เตรียมร่างกายให้พร้อม รับประทานอาหารและดื่มน้ำตามปกติ มาถึงโรงพยาบาลก่อนเวลานัดหมาย หากมีไข้สามารถโทร.มาเลื่อนนัดได้