หมอทวีศิลป์ขอโทษแถลงแอพ"หมอชนะ"สื่อสารผิดพลาด

วันที่ 08 ม.ค. 2564 เวลา 12:34 น.
หมอทวีศิลป์ขอโทษแถลงแอพ"หมอชนะ"สื่อสารผิดพลาด
หมอทวีศิลป์ แถลงขอโทษปมไม่โหลดแอพหมอชนะมีโทษปรับจำคุก ยันผู้ติดเชื้อปกปิดข้อมูลมีความผิด ลั่นทำหน้าที่โฆษกศบค.ด้วยใจอยากช่วยเหลือ

นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. แถลงข่าวสถานการณ์โควิดทั้งในประเทศและต่างประเทศที่โถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

ช่วงหนึ่งการแถลงข่าว นายแพทย์ทวีศิลป์ ได้กล่าวขอโทษประชาชนที่แถลงไปเมื่อวานนี้(7ม.ค.63) ว่า 5จังหวัดที่ถูกควบคุมสูงสุด ประชาชน ต้องโหลดแอพ"หมอชนะ"ถ้าไม่ทำ ถือว่าผิดกฎหมาย มีโทษ จำคุก 2 ปีปรับ 4 หมื่นบาท ต้องขออภัยในการสื่อสารที่ผิดพลาด พร้อมย้ำว่า ไม่ได้ต้องการให้ข่าว เพื่อสร้างความตกใจ รู้สึกเสียใจ และไม่ค่อยสบายใจ แอพ หมอชนะ เป็นเครื่องมือติดตามตัวให้การสอบสวนโรค ซึ่งมีความยาก ง่ายขึ้น และเป็นเหมือนพาสปอร์ต ถ้าท่านมีก็ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น เหมือนเป็นใบผ่านทาง ซึ่งข้อกำหนดฉบับ ที่ 16 ได้กำหนดให้จ้องแสดงหลักฐานในการตรวจคัดกรอง จนกลายเป็นข้อกำหนด ฉบับ ที่ 17 ซึ่งมีการยกระดับพื้นที่ และการคัดกรองต่างๆ

"ประกาศฉบับที่ 17 ข้อ 4 ได้ระบุว่า"ผู้ที่ติดเชื้อ" "ปกปิดข้อมูล"ต้องมีสองปัจจัยนี้ ถึงจะมีโทษ หากมีไทยชนะ แปลว่า ไม่ได้จงใจปกปิดข้อมูล แต่หากไม่มีแอพทำให้ไม่มีหลักฐานที่จะแสดงได้ว่า ไม่จงใจปกปิดข้อมูล การสื่อสารวานนี้ ทำให้ไม่สบายใจ ที่เห็นคอมเมนต์ ในโซเชียล และเสียใจ เมื่อวานที่ผมสื่อสารไปก็เจ็บปวดหัวใจ แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีความดีใจ เพราะมีคนโหลดแอปฯ หมอชนะมากขึ้น จากวันที่ 5 ม.ค. ดาวน์โหลด 1.5 ล้านครั้ง วันที่ 6 ม.ค. ดาวน์โหลด 1.65 ล้านครั้ง และเมื่อวานวันเดียว(7 ม.ค.) ดาวน์โหลด 3.69 ล้านครั้ง" นายแพทย์ทวีศิลป์ กล่าว

สำหรับเรื่องการพิจารณาตัวเอง ในฐานะที่เป็นโฆษกศบค.ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายกฯ ซึ่งในตำแหน่งหน้าที่ราชการอย่างเป็นทางการคือ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข รับผิดชอบดูแลภาคอีสานใต้ มีคนในโซเชียลไปค้นเรื่องเงินเดือน มีการตัดต่อคำทั้งหลายให้เอาเงินเดือนไปให้คนอื่นจะดีกว่า ขอเรียนชี้แจงว่า การมาทำหน้าที่โฆษกศบค.ไม่ได้เบี้ยประชุมจากการทำงานตรงนี้ เข้ามาทำงานด้วยใจ เพราะมีเงินเดือนที่ทางราชการจ่ายให้อยู่แล้ว จะใช้เวลาว่างเสาร์-อาทิตย์ไปหารายได้เพิ่มในฐานะที่เป็นจิตแพทย์ แต่ช่วงนี้มีสถานการณ์โควิด รายได้แทนที่จะได้กลับไม่ได้

สิ่งสำคัญที่จะนำเรียนขึ้นมา เราเองเป็นข้าราชการ เมื่อนายสั่ง ก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ผมมาจากสายการแพทย์ ต้องเรียนรู้ เรื่อง ความมั่นคง กฎหมาย พยายามทำให้ดีที่สุด เรื่องของการเมือง ผมไม่เคยคิดอยากไปทางนั้นเลย สิ่งที่ได้รับมอบหมายมา อยากทำให้เต็มที่ ในฐานะข้าราชการ เมื่อมีข่าวและกระทบเรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัว ก็ขอความเห็นใจ แม้ตนเองเป็นจิตแพทย์ ก็กระทบและพยายามสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง พยายามคิดเสมอว่า มันต้องดีขึ้นเสมอ โดยน้อมนำ คำสอนสมเด็จพระสังฆราชมาตลอด ว่า คนที่เกิดมาแล้วช่วยเหลือคนอื่น เป็นคนที่มีบุญมากกว่า การทำงานทุกวันนี้ พยายามสื่อสาร อาจจะผิดบ้างก็ต้องขออภัย ถ้าเราช่วยกัน เราจะชนะได้