น่าห่วง! ผลสำรวจชี้คนไทยใส่หน้ากากอนามัยลดต่อเนื่อง

วันที่ 01 ต.ค. 2563 เวลา 17:03 น.
น่าห่วง! ผลสำรวจชี้คนไทยใส่หน้ากากอนามัยลดต่อเนื่อง
สธ.เผยผลสำรวจพบคนไทยสวมหน้ากากอนามัยลดลงต่อเนื่อง จากที่เคยสูงสุด 93.5% เหลือ 66.9% วอนประชาชนยังต้องป้องกันโรคอย่างเข้มข้น

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 63 แพทย์หญิงพรรณประภา ยงค์ตระกูล โฆษกกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค ได้สำรวจการรับรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมสุขภาพของประชาชนเรื่องโรคโควิด 19 (ดีดีซีโพล) ทั้งหมด 21 ครั้ง ตั้งแต่ก่อนการระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย ช่วงเดือนมกราคม - เดือนกุมภาพันธ์ 2563 ระหว่างการระบาดเป็นวงกว้างในช่วงเดือนมีนาคม - เมษายน 2563 จนถึงครั้งล่าสุด เก็บข้อมูลจากการสำรวจออนไลน์ระหว่างวันที่ 16 - 28 กันยายน 2563 มีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 1,729 คน

ผลสำรวจล่าสุดพบว่า ประชาชนมีแนวโน้มในการมีพฤติกรรมสุขภาพลดลง ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากในช่วงไม่มีอาการที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยสูงสุดร้อยละ 93.5 เหลือร้อยละ 66.9 ส่วนการสวมหน้ากากเมื่อมีอาการป่วยมีแนวโน้มคงที่คือร้อยละ 91 แต่ก็น้อยกว่าช่วงที่มีการระบาดภายในประเทศ (มีนาคม - พฤษภาคม) ที่สูงถึงร้อยละ 94.9

เมื่อสอบถามว่าจะเลิกสวมหน้ากากเมื่อไหร่ ประชาชนตอบว่าจะสวมหน้ากากต่อเนื่องลดลง เหลือเพียงร้อยละ 55.3, จะเลิกสวมหน้ากากเมื่อไม่มีรายงานผู้ป่วยในประเทศร้อยละ 43.7, ไม่มีรายงานในต่างประเทศ ร้อยละ 37.7

นอกจากนี้พบว่า ประชาชนมีแนวโน้มเลือกสวมหน้ากากอนามัยเมื่อไม่มีอาการป่วยเพิ่มขึ้น ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา เนื่องจากหาซื้อได้ง่ายและราคาถูกลง

แพทย์หญิงพรรณประภา กล่าวว่า ขอย้ำให้ประชาชนร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนดอย่างเข้มข้น เป็นนิสัย โดยเฉพาะการสวมหน้ากากผ้า/หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกนอกบ้านและตลอดเวลาขณะอยู่ในพื้นที่สาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ กินร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว เว้นระยะห่างลดการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้อื่น หลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานที่แออัด และลงทะเบียนเข้าออกสถานที่ที่ใช้บริการด้วยแพลตฟอร์มไทยชนะ เพื่อช่วยกันรักษาสถานการณ์ให้อยู่ในระดับต่ำต่อไป และยังช่วยทำให้การเจ็บป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจลดลงด้วย

บทความแนะนำ