"วัฒนา อัศวเหม" ส่งทนายยื่นเอกสารขอฟื้นคดีทุจริตคลองด่าน หวังกลับไทยสู้คดี

วันที่ 29 ก.ย. 2563 เวลา 18:24 น.
"วัฒนา อัศวเหม" ส่งทนายยื่นเอกสารขอฟื้นคดีทุจริตคลองด่าน หวังกลับไทยสู้คดี
ทนาย "วัฒนา อัศวเหม" หอบเอกสารเพิ่มส่งคณะทำงานรมว.ยุติธรรม ขอฟื้นคดีทุจริตคลองด่าน มั่นใจหลักฐานใหม่เพียงพอ คาดอีก 2 เดือนรู้ผล เผย "วัฒนา" บ่นคิดถึงบ้านพร้อมกลับไทยสู้คดี

นายศรีสุวรรณ จรรยา ทนายความผู้รับมอบอำนาจของ นายวัฒนา อัศวเหม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นำเอกสารจำนวน 2 กล่องประกอบด้วย สำนวนไต่สวนข้อเท็จจริงและบัญชีพยานโจทก์ คำฟ้องคำให้การ คำพิพากษา บัญชีระบุพยาน คำแถลงการณ์ปิดคดีอาญานักการเมือง และอื่นๆยื่นให้คณะทำงาน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเพิ่มเติม เพื่อขอรื้อฟื้นคดีทุจริตคลองด่าน และกลับมาสู้คดี

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่าตนนำเอกสารมายื่นเพิมเติมให้คณะทำงานของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เนื่องจากคณะทำงานฯขอให้ตนเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสำนวนคดีทุจริตคลองด่านของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและศาลแขวงดุสิตเพื่อขอรื้อฟื้นคดี หลังจากเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาได้เคยมีหนังสือยื่นขอรื้อฟื้นคดีดังกล่าวมาแล้ว

โดยคณะทำงานฯจะนำเอกสารทั้งหมดไปตรวจสอบว่าคดีเข้าเงื่อนไขการขอรื้อฟื้นคดีหรือไม่ และมีพยานหลักฐานใหม่ที่เชื่อว่าสามารถหักล้างคดีเดิมได้ที่เคยไต่สวนกันมาแล้ว หรือมีพยานหลักฐานอื่น ซึ่งขณะนี้เรามีทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร ที่เป็นคำร้องของปปช.ที่ยกคำร้องข้อกล่าวหา และพยานบุคคลซึ่งเป็นเจ้าพนักงานที่ดิน ที่ไปเดินสำรวจรังวัดที่ดินดังกล่าว รวมถึงผู้ที่เคยร้องเรียนนายวัฒนากับป.ป.ช.และพร้อมที่จะให้การเป็นคุณต่อนายวัฒนา

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า หลักฐานที่มีในขณะนี้น่าจะเพียงพอต่อการขอรื้อฟื้คดีได้ สำหรับรายละเอียดในทางคดี หลังจากนายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณารับคำร้องขอการรื้อฟื้นคดี อาญาขึ้นพิจารณาใหม่ มีมติเห็นชอบให้รื้อคดีได้ ทางกระทรวงยุติธรรมจะเป็นผู้ยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีต่อศาล ซึ่งทางทนายก็จะยื่นคำร้องขอร่วมรื้อฟื้นคดีด้วยซึ่งรายละเอียดทั้งหมดจะไปว่ากันในชั้นศาล

“การพิจารณาขอรื้อฟื้นคดี ตามระเบียบของกระทรวงยุติธรรมได้กำหนดระยะไว้ 60วัน หากคณะกรรมการฯมีมติให้รื้อฟื้นคดีนายวัฒนาก็จะเดินทางกลับจากต่างประเทศ เพื่อมารายงานตัวต่อศาล แและขอประกันตัวสู้คดีโดยจะขอให้คณะกรรมการ ฯพิจารณากรณีการหนีหมายจับของศาลโดยอ้างเหตุที่หลบหนีหมายยศาลในช่วงนั้นว่า ถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง เนื่องจากเป็นช่วงที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีอำนาจทางการเมิอง และต้องการควบรวมพรรคของนายวัฒนาให้มารวมกับพรรคไทยรักไทยในขณะนั้น ซึ่งนายวัฒนาไม่ยอมจึงถือเป็นเหตุทางการเมืองด้วย ดังนั้นนายวัฒนาเห็นว่าหากยังอยู่ในประเทศจะไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างแน่นอนจึงตัดสินใจหนีออกไป”นายศรีสุวรรณ กล่าว

ทนายความของนายวัฒนา ยังระบุอีกว่า ได้ทราบจากญาติและครอบครัวว่า ปัจจุบันนายวัฒนามีสุขภาพแข็งแรง แต่คิดถึงบ้านเนื่องจากเดินทางไปมาระหว่างฮ่องกงและกัมพูชา ส่วนตัวตนได้โทรหารือข้อกฎหมายกับนายวัฒนา แต่ยังไม่เคยได้พบตัวที่ผ่านมาก็ได้คุยกับนายชนสวัสดิ์ อัศวเหมและญาติๆ ทั้งนี้ปัจจุบันนายวัฒนามีอายุ 88 ปี

นายวัฒนา ได้ถูก ป.ป.ช. ตัดสินว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ซึ่งถือเป็นโครงการก่อสร้างโครงการก่อสร้างบ่อบำบัดน้ำเสีย ที่มีศักยภาพในการบำบัดน้ำเสียมากที่สุดในเอเชียในขณะนั้น โดยนายวัฒนา ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทยในขณะนั้น ได้ทำการกว้านซื้อดินจากชาวบ้านในราคาถูก และได้ออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบรุกล้ำที่ดินสาธารณะประโยชน์ แล้วนำไปขายต่อให้รัฐโดยปั่นราคาขึ้นจาก 1 แสนบาท/ไร่ เป็น 1.1 ล้านบาท/ไร่ รวมกว่า 1,903 ไร่ ในวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 ซึ่งเป็นที่ศาลนัดฟังคำพิพากษา แต่นายวัฒนากลับไม่ได้เดินทางมา

ต่อมามีข่าวว่านายวัฒนาได้เดินทางหนีออกจากประเทศผ่านประเทศกัมพูชา ปัจจุบันนายวัฒนาอยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับตามคำพิพากษาจำคุกในคดีทุจริตต่อหน้าที่ราชการ

ศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 10 ปี และให้ริบพระผงสุพรรณเลี่ยมทองของกลาง พร้อมกับออกหมายจับเพื่อติดตามตัวจำเลย มารับโทษ และปรับเงินนายประกัน 2ล้าน2แสนบาทถ้วต่อมานายวัฒนา ได้ยื่นขออุทธรณ์คดีดังกล่าว แต่ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาวันที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 ศาลแขวงดุสิตนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาโดยมีคำสั่งให้ออกหมายจับ