ติดเชื้อโควิดในไทยอีก 6 ราย กลับจากซาอุฯ-อินเดีย

วันที่ 18 มิ.ย. 2563 เวลา 11:44 น.
ติดเชื้อโควิดในไทยอีก 6 ราย กลับจากซาอุฯ-อินเดีย
ผู้ช่วยโฆษกศบค.แถลงพบผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ 6 ราย เป็นผู้กลับซาอุฯ-อินเดีย ขณะที่ไม่พบติดเชื้อในประเทศต่อเนื่อง 24 วันแนะสวมหน้ากาก ขณะเดินทางในระบบขนส่งสาธารณะ เลี่ยงเดินทางชั่วโมงเร่งด่วน

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. 63 พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อโควิด-19ประจำวัน โดยมีเนื้อหาสรุปดังนี้

-มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6 ราย / ยอดผู้ป่วยสะสม 3,141 ราย (ไม่พบติดเชื้อในประเทศต่อเนื่อง 24 วัน)

-ผู้ป่วยได้รับการรักษาหายแล้วเพิ่มขึ้น 1 ราย / ยอดสะสม 2,997 ราย

-ยังมีผู้ป่วยรักษาอยู่ในโรงพยาบาล 86 ราย

-ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม / ยอดสะสมคงที่ 58 ราย

-ผู้ป่วยรายใหม่ ทั้ง 6 ราย เดินทางมาจากประเทศซาอุดิอาระเบียจำนวน 5 ราย และอินเดีย 1 ราย และเข้า State Quarantine จำแนกได้ดังนี้ ซาอุฯ 5 ราย ทุกรายเป็นเพศชาย อาชีพนักศึกษา อายุ 23,24,27ปี และ 26 ปี (2ราย) เดินทางมาจากเมืองเจดดาห์ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 63 เข้าพักโรงแรมในกทม. ตรวจหาเชื้อวันที่ 16 มิ.ย. ผลพบเชื้อทุกรายไม่มีอาการ ขณะนี้อยู่ในระบบการรักษา ส่วนรายที่6 มาจากประเทศอินเดีย เป็นเพศหญิง อายุ 26 ปี เดินทางมาเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 63 เริ่มป่วยวันที่ 16 มิ.ย. 63 มีไข้ 38.5 และตรวจหาเชื้อผลพบเชื้อเข้ารับการรักษาที่ จ.ชลบุรี

-ผู้ช่วยโฆษกศบค. กล่าวว่า หลังผ่อนคลายระยะที่ 4 ประชาชนเริ่มกลับมาทำงานตามปกติและวันที่ 1 ก.ค.จะมีการเปิดการเรียนการสอนทุกระดับชั้น ความหนาแน่นผู้คนออกมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะก็จะเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ตามประกาศของ ศบค. ฉบับที่ 5/2563 เรื่องบริการขนส่งสาธารณะ ได้ระบุให้บริการขนส่งสาธารณะต่างๆ มีความหนาแน่นได้ 70% ของความจุผู้โดยสารเท่านั้น แต่ในสภาพความเป็นจริงพบว่าประชาชนที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะมีความหนาแน่นมากกว่านั้น ดังนั้นในเมื่อไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็จำเป็นต้องเฝ้าระวังตัวเองเพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อและแพร่เชื้อต่อได้ โดยยังจำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย พกเจลแอลกอฮอล์ ลดการสัมผัสในพื้นที่สัมผัสร่วม เช่น เสา, ราวจับ ในขณะใช้บริการขนส่งสาธารณะ หรือหากเป็นไปได้ควรเผื่อเวลาการเดินทางเพิ่มขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการเข้าไปใช้บริการเมื่อมีผู้โดยสารหนาแน่น และรอใช้บริการรถโดยสารคันถัดไปแทน