ศาลพิพากษาจำคุก 2กรรมการแหลมเกตซีฟู๊ดบุฟเฟต์เปิดโปรฉ้อโกงลูกค้า

วันที่ 10 มิ.ย. 2563 เวลา 16:00 น.
ศาลพิพากษาจำคุก 2กรรมการแหลมเกตซีฟู๊ดบุฟเฟต์เปิดโปรฉ้อโกงลูกค้า
ศาลอาญา จำคุก 723 กระทง 1,446ปี "2 กก.เเหลมเกตซีฟู๊ดบุฟเฟต์ เปิดโปรถูกฉ้อโกงลูกค้าหลงเชื่อสุดท้ายยกเลิกจัดสั่งคืนเงิน2.5 ล้านบาทให้ผู้เสียหายกว่า 300 ราย คดีลุ้นอุทธรณ์ได้อีกยก

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก วันที่ 10 มิ.ย.63 ศาลอ่านคำพิพากษา คดีฉ้อโกงเงินลูกค้า โปรแกรมอาหารบุฟเฟต์ทะเล ร้านอาหารดังแหลมเกต อินฟินิท คดีหมายเลขดำ อ.2808/2562 ที่พนักงานอัยการ ยื่นฟ้อง บริษัท แหลมเกตอินฟินิท จำกัด , นายอพิชาตหรือโจม บวรบัญชารักษ์หรือพารุณจุลกะ และน.ส.ประภัสสร บวรบัญชา อายุ 41 ปี ทั้งสองในฐานะกรรมการบริษัท เป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด คุณภาพ ปริมาณ ในสินค้าหรือบริการด้วยการโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 , พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(1) , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 343

ซึ่งชั้นสอบสวนนายอพิชาตหรือโจม และ น.ส.ปภัสสร ได้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์คนละ 300,000 บาท

ทั้งนี้ชั้นพิจารณา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐาน ประกองคำรับสารภาพจำเลยเเล้ว มีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1-3 มีความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตาม ป.อ.มาตรา 343 วรรคแรก ประกอบมาตรา 341,83 , พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภคฯ มาตรา 47 ,พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14(1)

โดยการกระทำของจำเลยทั้งสาม เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ซึ่งฐานเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด คุณภาพ ปริมาณ หรือสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการฐาน , หลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และฐานหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนนั้นเป็นการกะทำกรรมเดียว แต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท

จึงให้ลงโทษฐานหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ กับฐานหลอกลวงผู้อื่นโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด แต่ในความผิด 2 บทดังกล่าวนั้นมีอัตราโทษเท่ากัน จึงให้ลงโทษฐานหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน (ฉ้อโกงประชาชน)ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 วรรคแรกประกอบมาตรา 341,83 เพียงบทเดียว ซึ่งการกระทำของ จำเลยที่ 1-3 ที่ร่วมกันกระทำความผิด รวมทั้งสิ้น 723 กระทง ให้จำคุกนายอพิชาต จำเลยที่ 2 และ น.ส.ประภัสสร จำเลยที่ 3 กระทงละ 2 ปี รวมจำคุกคนละ 1,446 ปี

ส่วน บจก.แหลมเกต อินฟินิท จำเลยที่ 1 ให้ปรับกระทงละ 5,000 บาท รวมปรับเป็นเงินทั้งสิ้น 3,615,000 บาท

โดยชั้นพิจารณา จำเลยที่ 1-3 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ให้จำคุกนายอพิชาต จำเลยที่ 2 และ น.ส.ประภัสสร จำเลยที่ 3 คนละ 723 ปี แต่เมื่อรวมโทษจำคุกทุกกระทงความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91(2)แล้ว (ความผิดที่บทลงโทษสูงสุดไม่เกิน 10 ปี) จึงคงจำคุกจำเลยที่ 2,3 ไว้ทั้งสิ้นคนละ 20 ปี

หลังศาลอาญา มีคำพิพากษาจำคุก 723 กระทงรวมเวลา 20 ปี นายอพิชาตหรือโจม บวรบัญชารักษ์หรือพารุณจุลกะ และน.ส.ประภัสสร บวรบัญชา ซึ่งทั้งสองเป็นกรรมการบริษัทแหลมเกต อินฟินิทฯ ปรากฏว่า ต่อมาญาติของนายอพิชาตหรือโจม จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็นโฉนดที่ดินราคาประเมิน 2.1 ล้านบาทขอปล่อยชั่วคราวชั้นอทุธรณ์คดี ส่วน น.ส.ประภัสสร จำเลยที่ 3 ยื่นโฉนดที่ดินราคาประเมิน 1.8 ล้านบาท พร้อมด้วยเงินสดอีก 130,000 บาท

แต่อย่างไรก็ดีศาลอาญาพิจารณาแล้ว เห็นควรส่งคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของจำเลยที่ 2 ,3 ให้ศาลอุทธรณ์ เป็นผู้พิจารณาสั่งประกันต่อ ซึ่งในวันนี้ยังไม่มีผลว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงนำตัวทั้งสองไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลางก่อน ระหว่างต้องรอผลประกันในวันต่อไป

ส่วน บจก.แหลมเกต อินฟินิท จำเลยที่ 1 คงปรับ เป็นเงินทั้งสิ้น 1,807,500 บาท ทั้งนี้หากจำเลยที่ 1ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 29 นอกจากนี้ ศาลยังมีคำพิพากษาให้จำเลยที่ 1-3 ร่วมกันคืนเงินจำนวน 2,500,960.99 บาทเเก่เจ้าของ (ผู้เสียหาย) ด้วย

อย่างไรก็ดี คดีนี้ เป็นการวินิจฉัยของศาลชั้นต้นซึ่งตามกฎหมายคู่ความยังสามารถยื่นอุทธรณ์ ต่อศาลอุทธรณ์ได้อีกภายใน 1 เดือนนับจากวันที่ได้มีการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น

สำหรับพฤติการณ์คดีชั้นสอบสวน พบว่า นายอพิชาต หรือโจม กับ น.ส.ประภัสสร ได้เปิดบริษัท แหลมเกตอินฟินิท และได้โฆษณาทางสื่ออิเล็กทรอนิค ผ่านเฟซบุ๊ก และเว็บไซด์ของร้านชื่อ www.laemgate.net กับโปรแกรมแชทไลน์ Line:@laemgate ว่า จำหน่ายบัตรรับประทานอาหารเป็นจำนวนมากตามแต่ละโปรโมชั่น และมีราคาถูกต่ำกว่าความเป็นจริง เช่น “โปรราชาทะเลบุฟเฟ่ต์” ขายเป็นชุดๆละ 880 บาท มี 10 ที่นั่งๆ ละ 88 บาท , “โปรนาทีทองมาแล้วจ้า” ขายเป็นชุดๆ ละ 2,020 บาท มี 20 ที่นั่งๆ ละ 101 บาท , “โปรแฟนพันธุ์แท้” ขายเป็นชุดๆ ละ 3,000 บาท มี 30 ที่นั่งๆละ 100 บาท และโปรโมชั่นหมีหมี เป็นต้น

โดยลูกค้า ต้องจองคิววันที่จะเข้าไปทานอาหาร ผ่านทางระบบออนไลน์ของร้าน ซึ่งให้ผู้ที่สนใจโอนเงินเข้า บัญชี ธ.กสิกรไทย เลขที่บัญชี 0401759603 ชื่อ บัญชี บจก.แหลมเกต อินฟินิท จนมีคนหลงเชื่อโอนเงินไปจำนวนมาก ต่อมาวันที่ 22 มี.ค.62 ทางร้านอาหารแหลมเกต อินฟินิท ได้ประกาศทางโปรแกรมไลน์ และเฟซบุ๊ก ขอยกเลิกและงดบริการทุกโปรโมชั่น เนื่องจากได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม และเกินความคาดหมายทำให้วัตถุดิบจากแหล่งผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการเพราะใช้วัตถุดิบสูงเกินกว่าที่คาดการณ์ จึงเป็นเหตุให้มีผู้เสียหายจำนวน 350 รายเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ซึ่งมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,207,720 บาท และยังมีผู้เสียหายที่ยังไม่มาพบพนักงานสอบสวนจำนวนมาก

พนักงานสอบสวนจึงได้ยื่นคำขอหมายจับผู้ต้องหาและศาลอาญาได้ออกหมายจับที่ 1086/2562 ลงวันที่ 24 ก.ค.62 ขณะที่พนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีผู้ต้องหาข้อหาร่วมกันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิด คุณภาพ ปริมาณ ในสินค้าหรือบริการด้วยการโฆษณาข้อความอันเป็นเท็จ , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฎิเสธตลอดข้อกล่าวหา