ปปง. สั่งสอบธุรกรรมพ่อค้าหลอกขายหน้ากากอนามัย-แก๊งอุ้มบุญชาวจีน,ยึดทรัพย์อีก 2 คดีดัง

วันที่ 11 มี.ค. 2563 เวลา 11:33 น.
ปปง. สั่งสอบธุรกรรมพ่อค้าหลอกขายหน้ากากอนามัย-แก๊งอุ้มบุญชาวจีน,ยึดทรัพย์อีก 2 คดีดัง
รรท.เลขาฯ ปปง. สั่งสอบธุรกรรมพ่อค้าหลอกขายหน้ากากอนามัย-แก๊งอุ้มบุญชาวจีน พร้อมยึดทรัพย์อีก 2 คดีดัง "แชร์มือหลุด-เครือข่ายค้ายาเล่าต๋า แสนลี่" รวมมูลค่ากว่า 66 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) พล.ต.ต ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ( ปปง.) เปิดเผยว่าเมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมาคณะ กรรมการธุรกรรมมีมติให้ตรวจสอบธุรกรรมหรือทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวน 4 คดี ประกอบด้วย คดีนายวัชรวิทย์ สุภาษิตเปิดเพจ Mask โฆษณาขายหน้ากากอนามัยผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า จำหน่ายหน้ากากอนามัยในราคาโรงงานขายปลีก- ขายส่ในราคากล่องละ 550 บาท ซึ่ง 1 กล่องบรรจุ 50 ชิ้น ชิ้นละ 11 บาท และได้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อให้ผู้ที่สนใจสั่งซื้อหน้ากากอนามัย และโอนเงินให้ ต่อมามีผู้เสียหายเข้าไปสั่งซื้อหน้ากากอนามัยจากเพจ ดังกล่าว แต่หลังจากโอนเงินชำระค่าสินค้าหน้ากากอนามัยแล้ว ก็ไม่สามารถติดต่อนายวัชรวิทย์ได้ ซึ่งพฤติการณ์คดีเข้าข่ายมีความผิดฐาน ฉ้อโกงประชาชนตามพ.ร.บ.ฟอกเงิน

พล.ต.ต.ปรีชา กล่าวอีกว่า คดีที่ 2 เป็นคดีอุ้มบุญ โดยนายจ้าว หราน และพวกลักลอบจ้างให้หญิงสาวอุ้มบุญข้ามชาติ โดยมีการแบ่งหน้าที่กันทำ พฤติการณ์คดีคือ จะมีนายหน้าเข้าไปติดต่อหาหญิงไทยที่ต้องการรับจ้างตั้งครรภ์แทนให้กับนายทุนผู้ว่าจ้างสัญชาติจีน เสนอให้ค่าตอบแทนรายละ 300,000 – 450,000 บาท โดยนายหน้าจะพาหญิงที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนเดินทางไปที่ประเทศกัมพูชาหรือประเทศลาว เพื่อฉีดฝังตัวอ่อน จากนั้นจะพากลับมาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลในไทย เมื่อใกล้ถึงกำหนดคลอดอายุครรภ์ประมาณ 7 - 8 เดือน นายหน้าจะพาหญิงที่รับจ้างตั้งครรภ์แทนเดินทางไปคลอดบุตรที่ประเทศจีน และส่งมอบบุตรที่คลอดให้กับลูกค้าชาวจีน ซึ่งคดีดังกล่าวเข้าข่ายเป็นองค์กรอาชญากรรมมีความผิดตามกฎหมายฟอกเงิน

นอกจากนี้คณะกรรมการธุรกรรมยังมีมติให้อายัดทรัพย์เพิ่มอีก 2 คดี คือ คดี น.ส.วราภรณ์ เข็มนอก กับพวกได้เปิดเพจ Facebookจำนวนหลายเพจ ได้แก่ “warapornkhemnak’ll”, “บิวตี้เพ็ญ (Beauty Pen)”,“Phakbung First” และ“AmpikhaDamnoenngam”เพื่อโฆษณาชักชวนบุคคลทั่วไปให้ร่วมลงทุนซื้อขายแชร์มือหลุด และหลอกลวงว่าจะได้ผลตอบแทนสูง โดยมีการตั้งกลุ่มชื่อแชร์ว่า แชร์มือหลุดพี่บี และกลุ่มมือรวย p&pจงมีและรวยมาก ทำให้มีผู้หลงเชื่อและเข้าซื้อขายแชร์มือหลุดจำนวนมาก ปรากฏความเสียหายรวมทั้งสิ้นประมาณ 105,452,450 บาท คณะธุรกรรมจึงมีมติให้ยึดทรัพย์สินจำนวน 40รายการ พร้อมดอกผล รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 65,541,628.94บาท ไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน

พล.ต.ต.ปรีชา กล่าวอีกว่า สำหรับคดีน.ส.วิไลลักษณ์ แสนลี่ กับพวกเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดของนายเลาต๋า แสนลี่ ผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ทางภาคเหนือ แม้จะจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้แล้วและศาลฎีกามีคำสั่งให้จำคุก แต่พบว่าน.ส.วิไลลักษณ์ ได้ทำหน้าที่รับโอนเงินค่ายาเสพติดต่อจากน.ส.ซู่ยิง แซ่หวู่ ภรรยาของนายปรีชา แสนลี่ โดยเงินดังกล่าวเป็นเงินที่รับมาจากกลุ่มผู้ซื้อยาเสพติดทางภาคใต้ ทั้งยังมีหน้าที่ในการแปรสภาพเงินที่ได้จากการกระทำผิดไปเป็นทรัพย์สินอื่นเพื่อปกปิดแหล่งที่มาของเงินดังกล่าว คณะกรรมการธุรกรรมจึงมีติให้ยึดทรัพย์เพิ่มจำนวน 3รายการ พร้อมดอกผล รถยนต์และที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 500,000บาทไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน