รวบ18มงกุฎอ้างเป็นดีเอสไอ สนิทตำรวจใหญ่ ตุ๋นเหยื่อนับล้าน
กองปราบรวบ18มงกุฎอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ สนิมสนมกับตำรวจยศสูง ตุ๋นเหยื่อนับล้าน
พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผู้กำกับการ 3 กองปราบปราม (ผกก.3 บก.ป.) นำกำลังจับกุม นายเอกพล ประจันทร์นวล ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลแขวงนครสวรรค์ ที่ 377/2556 ลงวันที่ 4 พ.ย.2556 ในฐานความผิด “ลักทรัพย์” โดยจับกุมได้หน้าร้านอาหาร ถนนนายุง ต.กุมภวาปี อ.กุมภวาปี จ. อุดรธานี เมื่อวันที่ 7 กพ.2563
พ.ต.อ.บุญลือ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกองบังคับการปราบปราม ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามี ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติกรรมหลอกลวงกลุ่มบุคคลทางภาคอีสาน อ้างว่าเป็นนายหน้าหาซื้อที่ดินให้นายทุนและตนเองยังมีความสนิทสนมกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่หลายคน โดยเมื่อมีโอกาส นายเอกพลจะทำทีไปขอถ่ายภาพกับนายตำรวจผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ แล้วนำภาพถ่ายไปสร้างภาพหลอกลวงบุคคลอื่น ๆ ว่ารู้จักและมีความสนิทสนม สร้างความน่าเชื่อถือให้ตนเอง เมื่อมีผู้หลงเชื่อนายเอกพลก็จะนำภาพถ่ายกับนายตำรวจผู้ใหญ่และบุคคลมีชื่อเสียงเหล่านั้นมาให้ดู แล้วก็สร้างเรื่องว่าตนเองกำลังหาซื้อที่ดินให้นายทุนที่อยู่ต่างประเทศที่จะนำเงินจำนวน 10 ล้านดอลลาร์ มาซื้อที่ดิน
จากนั้นก็นัดหมายไปดูที่ดินตามสถานที่ต่าง ๆ แล้วทำการตกลงราคาการ ซื้อ-ขาย กับบุคคลต่าง ๆ ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน เมื่อทำการตกลงราคาซื้อขายที่ดินกันแล้วนายเอกพลก็จะขอเบิกเงินค่านายหน้าจากเจ้าของที่ดินไปเป็นค่าดำเนินการต่าง ๆ ในการทำสัญญา และเมื่อถึงวันนัดหมายตกลงจ่ายเงินกัน นายเอกพล ก็มักจะมีข้ออ้างว่าเงินดอลลาร์ดังกล่าวต้องเสียค่าธรรมเนียมนำเข้าบ้าง หรือเงินดอลลาร์ถูกกักไว้ที่ประเทศเพื่อนบ้านบ้าง จนมีผู้เสียหายหลายรายเข้าแจ้งความร้องทุกข์จนนำมาสู่การออกหมายจับ กระทั่งสืบทราบว่ามาอยู่ที่ร้านอาหารดังกล่าว จึงนำกำลังจับกุม
มีรายงานว่าระหว่างชุดจับกุมเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหารายนี้ และได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ผู้ต้องหารายนี้ได้อ้างตัวว่าทำงานให้กับตำรวจกองปราบปราม รวมทั้งอ้างว่ารู้จักตำรวจ กองปราบปรามด้วย
ทั้งนี้จากการสอบสวน ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง โดยนำเงินที่ได้ไปเล่นพนัน รวมทั้งใช้จ่ายส่วนตัว ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่ามีเคยก่อเหตุลักษณะดังกล่าวในหลายท้องที่ อาทิ สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี, สน.ห้วยขวาง, สภ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู, สภ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี และสภ.เมืองนครสวรรค์ นอกจากพฤติกรรมหลอกลวงซื้อขายที่ดินแล้ว ผู้ต้องหารายนี้เคยแอบอ้างนายตำรวจระดับยศ พ.ต.อ. ซึ่งเป็นผู้กำกับสถานีในจังหวัดอุดรธานี กาฬสินธุ์ ขอนแก่น และอ้างสนิทตำรวจกองปราบ หลอกผู้ประกอบการในพื้นที่เฉิดค่าที่พัก และค่าอาหาร เป็นเงินรวมกว่า 1 แสนบาท รวมถึงอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ดีเอสไอด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการแจ้งความเพิ่มเติม
เบื้องต้นแจ้งข้อหาลักทรัพย์ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


