เหล้าเข้าปาก เมา-กร่าง-หมดอนาคต

  • วันที่ 23 พ.ย. 2553 เวลา 06:53 น.

อีกไม่กี่อึดใจก็จะสิ้นปีแล้ว หลายคนต่างตั้งหน้าตั้งตารอฤดูกาลเฉลิมฉลอง เพราะเป็นช่วงที่มีงานเทศกาลฉลองมากมาย ตั้งแต่คริสต์มาสไปจนถึงปีใหม่ ยิ่งในต่างจังหวัดมักจะมีงานประจำปีที่จัดกันเกือบทุกจังหวัด ที่ดังๆ ก็เป็นงานฤดูหนาวหรืองานกาชาดนั่นเอง จะสลับผลัดเปลี่ยนไปตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค.ไปจนถึงกลางเดือน ม.ค.โน่น

โดย...ธนก บังผล 

ฐานะประชาชนคนเดินดินธรรมดา เห็นข่าวตำรวจกร่างอ้างยศอ้างเครื่องแบบเบ่งไปทั่วแล้วก็เอือมระอา ยิ่งถ้าซ่าจนบันดาลโทสะควักปืนไล่ยิงชาวบ้านแล้ว บางครั้งก็หมด

ศรัทธากับอาชีพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ไปเสียดื้อๆ

สุราเป็นเหตุทะเลาะวิวาทและก่ออาชญากรรมแต่ก็ไม่คิดว่าตำรวจบางคนถ้าเมาเหล้าก็ชอบก่ออาชญากรรมเสียเอง

ดูจากกรณีคดีตำรวจชั้นประทวนยศสิบตำรวจตรี ลากอาวุธปืนเอชเคกราดยิงตำรวจยศร้อยตำรวจโท ที่หน้าสถานบันเทิง "นาซ่า"จ.ยะลา ไม่นานมานี้เป็นตัวอย่าง

ร.ต.ท.เด่น คีตะโสภณ พนักงานสอบสวน(สบ 1) สภ.เมืองยะลา ผู้เคราะห์ร้ายอายุ 25 ปีรายนี้กับเพื่อนร่วมงาน กลับจากการปฏิบัติหน้าที่

หาข่าว ระหว่างนั้นได้แวะไปที่สถานบันเทิงดังกล่าวเพื่อนัดพบกับเพื่อนตำรวจ

พอกำลังจะกลับ เดินสวนทางกับ ส.ต.ต.อาทิตย์ ปามะ ที่หน้าห้องน้ำ ซึ่งคาดว่าอาจจะมีการกระทบกระทั่งสร้างอารมณ์กันในช่วงนี้ เมื่อร.ต.ท.เด่น กลับไปที่รถก็เจอกับ ส.ต.ต.อาทิตย์ยืนเมาเป๋อยู่ข้างรถ เลยถามว่ามองหน้าทำไม ทำให้ ส.ต.ต.อาทิตย์ โกรธแค้นเป็นอย่างมาก จนมีการปะทะคารมกันเกิดขึ้น

"เมาก็กลับไปนอนได้แล้ว" ร.ต.ท.เด่น ไม่อยากมีเรื่องจึงบอกไปพร้อมกับเดินขึ้นรถมิตซูบิชิปาเจโร สีดำ แต่ ส.ต.ต.อาทิตย์ ฉุนจัดเดินไปทุบกระจกรถด้านคนขับอย่างแรงหลายครั้ง พอรถแล่นออกไป ส.ต.ต.อาทิตย์ รีบเดินไปเปิดประตูรถของตัวเองหยิบเอชเคมายิงกราดใส่ตามหลัง

ไม่ยั้ง รวมเบ็ดเสร็จ 11 นัด

ตำรวจนายหนึ่งที่ขับรถให้หมวดเด่น เล่าว่าพอขับรถออกมาได้ยินเสียงปืนดังขึ้นหลายนัดระหว่างนั้นก็รู้สึกเจ็บที่กลางหลัง แต่เมื่อมองไปที่หมวดเด่น ก็เห็นว่าฟุบหน้าลงไปแล้ว เห็นท่าไม่ดีจึงรีบขับรถไปโรงพยาบาลทันที ร.ต.ท.เด่น ถูกยิงด้วยปืนเข้าศีรษะ 1 นัด เสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ศูนย์ยะลาในเวลาต่อมา ขณะที่ ส.ต.ต.อาทิตย์ถูกสกัดจับระหว่างขับรถที่จุดตรวจโพธิ์ทอง ในสภาพมึนเมา ก่อนจะรู้ว่ามือปืนขี้เมาคนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โกตาบารู อ.รามัน จ.ยะลา

ถูกจับแล้วก็ยังพูดไม่รู้เรื่อง ไม่ยอมรับว่าหลบหนี บอกหน้าตาเฉยว่า หลังจากยิงกราดเอชเคหนำใจไป 1 ชุดแล้ว เห็นว่ารถเป้าหมายนั้นยังขับแล่นออกไปได้อีก ก็เลยขับรถกลับ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และไม่รู้ว่าผู้เคราะห์ร้ายที่เป็นเหยื่อคมกระสุนของเขาเป็นตำรวจเหมือนกัน...พูดอย่างนี้ก็งามหน้ากันทั้งวงการล่ะครับพี่น้อง

อีกคดีหนึ่งที่ฉาวโฉ่ไม่แพ้กัน เหตุเกิดใจกลางกรุงย่านแสงสีอย่างอุกอาจ ถนนรัชดาภิเษกโดยคนร้ายไม่ทราบจำนวนขับรถยนต์แล้วใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงใส่รถกระบะชาวบ้านตรงข้ามโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการรัชดาภิเษก ทำให้ น.อ.วุฒิชัย บุญฤทธิ์ นายทหารสังกัดกรมกำลังพลทหารเรือ พระราชวังเดิมกองทัพเรือ คนขับได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะกระสุนปืนฝังเข้าท้ายทอยทะลุเหนือคิ้วซ้าย และเสียชีวิตในวันถัดมา

ร้อนถึงนายตำรวจระดับผู้ใหญ่ ไล่เรียงลงมาตั้งแต่ พล.ต.อ.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา รองผบ.ตร. พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบช.น.พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 พร้อมตำรวจสืบสวน เร่งประชุมคลี่คลายคดี

เห็นชื่อบิ๊กๆ ขนาดนี้ รับรองว่าไม่ใช่เรื่องเล็กอย่างแน่นอน แรกเริ่มพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุให้การสอดคล้องกันว่า เห็นรถกระบะของ น.อ.วุฒิชัย จอดขวางบริเวณปากซอยรัชดาภิเษก 7 หรือซอยนาทอง ระหว่างจอดรถได้ไม่นานนัก ก็มีรถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อโฟล์คสวาเกน สีดำ รุ่น"กอล์ฟ" ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เห็นผู้ก่อเหตุนั่งอยู่ในรถยนต์คันต้องสงสัย ใช้อาวุธปืนยิงออกมาจากรถยนต์ประมาณ 3-4 นัด แล้วหลบหนีเข้าไปในซอยรัชดาภิเษก 7

เบาะแสนี้ทำให้ชุดสืบสวนพยายามควานหารถยนต์ต้องสงสัยคันดังกล่าว แม้ว่าจะมีพยานให้การสอดคล้องหลายคน แต่ชุดสืบสวนตั้งข้อสงสัยว่า คนร้ายก่อเหตุไม่น่าจะยิงเข้าเป้าหมายได้เกือบแม่นยำ หรือมือสังหารต้องเชี่ยวชาญการใช้อาวุธปืนเป็นอย่างดี

หรือปืนที่ใช้ก่อเหตุอาจจะมีการดัดแปลงด้วยซ้ำไป เพราะระหว่างยิงต้องใช้มือซ้ายบังคับรถที่วิ่งไปด้วย ส่วนมือขวายิงปืน โดยแรงเหวี่ยงจากการลั่นไกปืนไม่น่าจะเข้าเป้าเต็มๆแบบนี้ กำลังชุดสืบสวนจึงระดมหากล้องวงจรปิดตั้งแต่แยกอโศก ไล่มาตามถนนรัชดาภิเษกขาออก ถึงทางออกของศูนย์ฟิตเนสที่ น.อ.วุฒิชัยไปออกกำลังกาย

จนกระทั่งนำเทปบันทึกภาพทั้งหมดมาปะติดปะต่อกัน จนชุดสืบสวนมั่นใจว่า รถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุไม่น่าจะเป็นโฟล์คสวาเกนรุ่นกอล์ฟ แต่มีแนวโน้มว่าอาจเป็นรถยนต์ส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้ารุ่นอัลพาร์ด ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนด้านหลัง

เพราะกล้องวิดีโอวงจรปิดกว่า 50 กล้อง ที่สามารถบันทึกภาพรถโตโยต้าขับเข้าไปในซอยรัชดาภิเษก 7 หลังเกิดเหตุแล้วไม่ได้ออกมาจากซอย จึงตรวจเช็กแล้วเป็นของ ร.ต.อ.เจษฎาเจตภรณ์ รอง สว.สส.สน.ห้วยขวาง นรต.รุ่น 59

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าขณะนี้รอง สว.สส.ร.ต.อ.เจษฎา จะปฏิเสธ แต่ข้อมูลเบื้องลึกด้านปลอกและวิถีกระสุน รวมถึงพบการก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงแท็กซี่ 1 ครั้ง ยิงรถอดีตแฟนสาว 1 ครั้ง มีพฤติกรรมรุนแรงไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ ถ้าผลออกมาว่า รองสารวัตรฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ก่อเหตุในพื้นที่ห้วยขวางเองแล้วละก็...ตัวใครตัวมันล่ะครับ
---------------------------------------
กินเหล้ามีเรื่องหมดอนาคต

พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เห็นว่า ถ้าตำรวจไปก่อคดี ทางระบบของตำรวจเองก็มีวินัยบังคับอยู่แล้ว แต่เรื่องอารมณ์ของแต่ละบุคคลนั้นหากเป็นคนอารมณ์ร้อนตัวเองก็ต้องรับผิดชอบ
"ระบบมีการตักเตือนดูแลโดยผู้บังคับบัญชา แต่ตำรวจมี 2 แสนนาย พวกออกนอกแถวก็มีบ้าง ทราบมาว่ารอง สว.สส.คนนี้ถ้าไม่เมาเป็นคนดีมาก แต่ถ้าเมาอาจจะพูดไม่รู้เรื่อง ก็เป็นบทเรียนให้กับคนที่ชอบดื่มเหล้า ถ้าคุมอารมณ์ไม่อยู่ เพื่อนก็ต้องห้ามปราม ถ้าทำไปโดยไม่คิดก็จะมีเรื่องแล้วเสียอนาคต"

โฆษก สตช. แนะนำว่า ถ้าประชาชนถูกตำรวจรังแกหาเรื่อง ให้ติดต่อแจ้งโรงพักในท้องที่ หรือแจ้ง 191 หรือวิทยุบริการสังคม อาทิ สวพ.91 และ จส.100

"ต้องให้สังคมช่วยกันปรามและตรวจสอบ บางครั้งคนที่เมากร่างอยู่นั้นอาจจะเป็นตำรวจปลอมก็ได้" พล.ต.ต.ประวุฒิ ให้ความเห็น

ข่าวอื่นๆ