กองปราบรวบภัยสังคมก่อคดีฉ้อโกงเพิ่งพ้นโทษข้อหาวิ่งราวทรัพย์

วันที่ 18 ม.ค. 2563 เวลา 17:57 น.
กองปราบรวบภัยสังคมก่อคดีฉ้อโกงเพิ่งพ้นโทษข้อหาวิ่งราวทรัพย์
กองปราบปราม ตามจับตามจับหนุ่มแสบ ตุ๋นร้านอาหาร-ฉกเงินค่าหัวคิว ก่อคดีฉ้อโกงมาหลายท้องที่ เพิ่งพ้นโทษคดีวิ่งราวทรัพย์มาเมื่อต.ค.62

พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผู้กำกับการ 5 กองปราบปราม (ผกก 5 บก.ป.) จับกุมตัว นายพงศธร หรือหนุ่ม อยู่ดี อายุ 32 ปี ซึ่งเป็นผู้ถูกกล่าวหาคดี “ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น” โดยนำไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการพ.ต.อ.เนติ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 15.40 น. นายพงศธร ได้เข้าไปติดต่อที่ร้านซูชิริขุ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พร้อมกับอ้างตัวเป็นพนักงานของบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่งย่านรางน้ำ สั่งให้ร้านทำซูชิ จำนวน 150 กล่อง อ้างว่าจะนำไปเลี้ยงนักท่องเที่ยว โดยตกลงราคากันที่ 68,850 บาท แต่นายพงศธร ได้แจ้งกับทางร้านว่า ขอให้ทำซูชิจริง ในราคา 55,800 บาท เท่านั้น ส่วนเงินที่เหลืออีก 10,350 บาทนั้น ขอเป็นค่าหัวคิวให้ตนเป็นผู้สั่งซื้อพ.ต.อ.เนติ กล่าวต่อว่า นายพงศธร ยังได้สั่งให้ทางร้านนำเงินค่าหัวคิวใส่ซองเตรียมไว้ เพื่อมอบให้ขณะไปรับเงินค่าซูชิกับบริษัทฯ เจ้าของร้านจึงได้ให้พนักงานถือซองเงินค่าหัวคิว และเดินทางไปที่บริษัทดังกล่าวกับนายพงศธร ระหว่างนั้นนายพงศธรฉวยโอกาสดึงซองเงินดังกล่าวไป และหลอกพนักงานให้ไปรอที่บริษัท สุดท้ายนายพงศธร ก็ไม่มาตามที่นัดหมาย เจ้าของร้านจึงรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความไว้ สภ.บางเสาธง

ต่อมาตำรวจได้สืบสวนติดตามคนร้ายในคดีนี้ โดยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด และสืบสวนเพิ่มเติม จนทราบว่า นายพงศธรเป็นผู้ก่อเหตุ และพบประวัติเคยก่อเหตุฉ้อโกงลักษณะเดียวกันมาแล้วเป็นจำนวนมาก ทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล กระทั่งตำรวจกองปราบฯสืบสวนจนทราบว่า นายพงศธรหลบหนีมาพักอาศัยอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง ย่านถนนพระยาสุเรนทร์ แขวงบางชัน เขตคลองสามวา จึงเข้าตรวจสอบ

เมื่อพบนายพงศธร จึงนำหลักฐานต่างแสดงให้ดู หลังจากดูภาพและรับฟังรายละเอียดต่างๆ สุดท้ายนายพงศธร ก็ยอมรับว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้นในห้องพัก ก็พบเสื้อที่ผู้ต้องหาใส่ขณะก่อเหตุ และพบของกลาง เงินสด อีก 10,600 บาท ที่ได้จากการหลอกลวง เบื้องต้นสอบสวน นายพงศธร ให้การรับสารภาพ ว่าก่อเหตุแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง ส่วนเงินที่ได้มาก็จะนำไปใช้เล่นการพนัน จึงนำตัวนายพงศธร ไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.บางเสาธง หลังจากนั้นก็ได้ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีต่อไป จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า ตั้งแต่เดือนพ.ย. 62 จนถึงปัจจุบัน นายพงศธร ก่อเหตุฉ้อโกงลักษณะเดียวกันมาแล้วถึง 14 ครั้ง เหยื่อส่วนใหญ่ก็จะเป็นร้านอาหารฟาสต์ฟูดตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ เช่น แม็คโดนัล ร้านไข่หวาน บ้านซูชิ เป็นต้น แต่ละครั้งจะได้เงินไปหลักพันหรือหมื่นบาท และจากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา พบด้วยว่าเคยถูกจับกุมในข้อหา“วิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ” และพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2562

 

บทความแนะนำ