"เชื้อราในรถ" อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม! ปล่อยไว้นานไม่ดีต่อสุขภาพแน่

  • วันที่ 20 ก.ค. 2562 เวลา 15:27 น.

"เชื้อราในรถ" อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม! ปล่อยไว้นานไม่ดีต่อสุขภาพแน่

หมอเตือนอันตรายของเชื้อราในรถอาจทำให้เกิดภาวะปอดติดเชื้อได้ แนะคนแก่และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำจากการได้รับยา ผู้ป่วยโรคหอบหืดหลีกเลี่ยง

*******************

โดย...รัชพล ธนศุทธิสกุล

ภาพรถสาธารณะที่ห้องโดยสารเต็มไปด้วยเชื้อรา กลายเป็นสิ่งที่หลายคนกังวลใจไม่น้อย ซึ่งเชื้อราดังกล่าวนอกจากส่งผลต่อผู้โดยสาร ทำให้บางคนอาจจะมีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล รู้สึกระคายเคืองระบบหายใจ ไอ และไปเพิ่มอาการโรคหอบหืด

ในกลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 1 ปี และผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ได้แก่ ผู้ป่วยมะเร็งกำลังได้รับยาเคมีบำบัด ผู้ป่วยปลูกถ่ายไขกระดูกและปลูกถ่ายอวัยวะอื่นๆ สามารถส่งผลกระทบต่อร่างกายถึงขั้นทำปอดอักเสบที่อันตรายถึงชีวิตได้อีกด้วย

พญ.ภัทราวลัย สิรินารา แพทย์ประจำศูนย์ส่งเสริมและสุขภาพและศูนย์อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมโรงพยาบาลกรุงเทพ ได้มาไขคำตอบดังกล่าวที่หลายคนกังวลในเรื่องนี้ตั้งแต่สาเหตุจนไปถึงการป้องกันเชื้อราในรถ

ระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ

พญ.ภัทราวลัย สิรินารา แพทย์ประจำศูนย์ส่งเสริมและสุขภาพและศูนย์อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมโรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายว่าเชื้อราสามารถเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์และทำปฏิกิริยาส่งผลต่อสุขภาพได้ 3 ทาง ได้แก่ การสัมผัส การรับประทานและการหายใจ

“การสัมผัสทางผิวหนังก่อให้เกิดโรคกลากเกลื้อน เช่น ฮ่องกงฟุต ทางการรับประทานอาหารอย่างเชื้อราในถั่วลิสงที่เรียกกันว่าอะฟลาทอกซินที่เมื่อรับประทานมากๆ ร่างกายจะสะสมและก่อเป็นมะเร็ง ส่วนเชื้อราที่เข้าสู่ร่างกายด้วยการหายใจจะก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจส่วนต้นและส่วนล่างของบางคน เช่นมีอาการคัดจมูก อาการน้ำมูกไหลตลอด อาการไอ หายใจมีเสียงวี๊ดๆ ในเบื้องต้น”

ความรุนแรงต่อมาของเชื้อราที่จะเกิดหากเราหายใจเอาสปอร์ของเชื้อราเข้าสู่ร่างกาย พญ.ภัทราวลัย บอกว่ามีรายงานบางรายทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคหอบประจำตัวมีอาการหอบหืดแย่ลงอีกด้วย

“ภาวะปอดอักเสบก็สามารถเป็นได้แต่ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะโรคจากการทำงาน เช่น วิทยาลัยอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกามีรายงาน คนทำงานป่วยเป็นปอดอักเสบจากการเข้าไปล้างถังขนาดใหญ่ที่ใช้บรรจุวัสดุในอุตสาหกรรมที่เรียกว่าไซโล่ที่มีสปอร์เชื้อราจำนวนมากเข้าสู่ร่างกาย”

ระยะเวลาและปริมาณ ‘ปัจจัย’ เพิ่มความรุนแรง

พญ.ภัทราวลัย บอกกับเราว่าปัจจัยที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการรุนแรงของอาการทางระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบน และ ส่วนล่าง ขึ้นอยู่กับ โรคประจำตัว ระยะเวลาและปริมาณที่ได้รับจากการสูดดมสปอร์เชื้อรา ซึ่งจากสถานการณ์ที่หลายคนกังวลกรณีรถสาธารณะมีเชื้อรานั้นจะสร้างอันตรายกับผู้โดยสารหรือไม่นั้น ผู้โดยสารมีเปอร์เซ็นต์โอกาส ‘น้อย’ กว่ามากเมื่อเทียบกับตัวผู้ขับขี่เองซึ่งต้องดมสปอร์เชื้อราทั้งวัน

“จากที่ยกตัวอย่างรายงานจากวิทยาลัยอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกา คนที่ทำงานล้างถังไซโล่มีอีกข้อสังเกตหนึ่งคือ เราจะเห็นได้ว่าปริมาณสปอร์ราที่สูดเข้าไปนั้นปริมาณมากและอยู่ในพื้นที่แคบจำกัด การระบายอากาศไม่ดี ความเข้มข้นสปอร์ราจึงสูงมากขนาดนั้น ขณะที่เมื่อเทียบกับในสิ่งแวดล้อมของคนทั่วไป ความเข้มข้นสปอร์ราไม่มากขนาดนั้น โฮสต์คนภูมิคุ้มกันปรกติในพื้นที่ของถังไซโล่จึงมีโอกาสในการป่วยถึงขั้นเป็นโรคปอดอักเสบมากกว่ามาก

“ประชากรมี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่แข็งแรงดีกับกลุ่มที่ป่วย กลุ่มเสี่ยงส่วนมากจะเป็นเด็กเล็กๆ อายุน้อยกว่า 1 ปี คนสูงอายุ และคนที่ภูมิคุ้มกันต่ำกว่าปรกติ เช่นผู้ที่ได้รับยาเคมีบำบัดในคนไข้มะเร็ง หรือได้ยาสเตียรอยด์ ก็จะมีโอกาสเป็นง่ายกว่าคนทั่วไป”

แสงแดดและN95ช่วยได้

นอกจากผู้ขับขี่รถสาธารณะควรใส่ใจเรื่องความสะอาดเพราะต่อให้ยังไม่มีรายงาน ณ ตอนนี้พบว่ามีผู้ป่วยคนไทยที่มีอาการรุนแรงขนาดนั้นในสังคมบ้านเรา แต่หากปล่อยไว้ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งคำแนะนำจากแพทย์ประจำศูนย์ส่งเสริมและสุขภาพและศูนย์อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมโรงพยาบาลกรุงเทพให้ผู้โดยสารที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงระมัดระวังโดยวิธีการป้องกันคือ ‘หลีกเลี่ยงเข้าไปอยู่ในบริเวณที่มีเชื้อรา’

“แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรที่จะสวมหน้ากากอนามัยแบบ N95 ช่วยป้องกันสปอร์เชื้อราในระหว่างที่เราหายใจ นอกเหนือจากนี้เจ้าของรถควรต้องรีบกำจัดเชื้อราและก็อยากจะฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงคนที่ต้องกำจัดเชื้อราในรถเองก็ควรใส่หน้ากากอนามัย N95 และเวลาที่เช็ดทำความสะอาดก็ควรใช้น้ำยาประเภทกำจัดเชื้อโรคเชื้อราทาเช็ด เมื่อเช็ดแล้วนำไปทิ้งทันที สวมแว่นกั้นกระเด็นเข้าดวงตาพร้อมกับใส่ถุงมือทุกครั้งในการทำความสะอาด”

ทั้งนี้เชื้อราสามารถที่จะเติบโตได้ดีในความชื้นที่มากว่า 60 % ดังนั้นในหน้าฝนนอกจากการสังเกตด้วยตาเปล่าหากเห็นเป็นคราบดวงสีดำเกิดขึ้นแล้วยังต้องเช็คกลิ่นอับความชื้นของเชื้อราที่อาจจะซุกซ่อนในซอกต่างๆ โดยเฉพาะกับช่องแอร์อาจจะต้องรื้อมาดูทำความสะอาด

“วิธีการดูแลความสะอาดตัวรถเป็นไปได้ให้เปิดระบายอากาศรถให้แสงแดด ให้ลมเข้าก็ช่วยป้องกันการเกิดเชื้อราในรถได้ และถ้าเกิดขึ้นแล้วเจอเชื้อราตรงไหนก็ให้รีบกำจัดออกด้วยน้ำยากำจัดเชื้อโรคเชื้อรา ก็จะป้องกันสุขภาพของเรา” แพทย์ประจำศูนย์ส่งเสริมและสุขภาพและศูนย์อาชีวอนามัยและสิ่งแวดล้อมโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

ข่าวอื่นๆ