รัฐดึงงบช่วยน้ำท่วมอีก5.3หมื่นล.

วันที่ 10 พ.ย. 2553 เวลา 07:59 น.
ครม.ไฟเขียวโยกงบเหลื่อมปีที่ยังไม่เซ็นสัญญา พร้อมหั่นไทยเข้มแข็ง เยียวยาอุทกภัย

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการทบทวนรายการงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบ 2552-2553 ที่กันไว้เหลื่อมปีกว่า 5.86 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัย แยกเป็นงบที่ยังไม่มีการทำสัญญาของปีงบ 2552 จำนวน 2.9 หมื่นล้านบาท และงบที่ยังไม่ทำสัญญาในปีงบ 2553 อีก 2.96 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม เมื่อหักงบ ประมาณที่ต้องนำไปจ่ายเป็นเงินรางวัลหรือโบนัสของส่วนราชการอีก 5,500 ล้านบาท ส่งผลให้เหลือเงินที่กันไว้เบิกเหลื่อมปีโดยไม่มีข้อผูกผันจำนวน 5.31 หมื่นล้านบาท

นอกจากนั้น สำนักงบประมาณได้เสนอมาตรการให้ส่วนราชการทบทวนรายการงบเหลื่อมปี มาใช้ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เน้นเรื่องฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งก่อสร้างต่างๆ เพิ่มเติมอีกภายใน 15 วัน โดยให้ปรับเปลี่ยนจากรายการที่ล่าช้าไม่เป็นไปตามแผนงานที่กำหนด และรายการที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน จึงให้ชะลอหรือไว้ก่อนได้

โดยให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจโอนเปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณดังกล่าวภายใน 15 วันหลัง ครม. มีมติ

นายวัชระ กล่าวอีกว่า ครม.ยังรับทราบวงเงินเหลือจ่ายภายใต้ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 รวมทั้งสิ้น 6,640 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในส่วนของการขออนุมัติการดำเนินโครงการใหม่ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 2555 จำนวน 19 โครงการ วงเงิน 4,235 ล้านบาท มอบหมายให้หน่วยงานเจ้าของโครงการกลับไปเร่งพิจารณาทบทวนความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อนำไปจัดสรรเพื่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ

ล่าสุดมีหน่วยงานที่ไปเร่งทบทวนและสามารถรายงานต่อ ครม. แล้วทั้งสิ้น 7 โครงการ โดยเป็นโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์การเกษตรทั้งสิ้น 6 โครงการ วงเงิน 2,624 ล้านบาท และอีก 1 โครงการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา วงเงิน 24 ล้านบาท คิดรวมเป็นวงเงินจากโครงการที่มีการทบทวนแล้วทั้งสิ้น 2,648 ล้านบาท

“ส่วนโครงการที่เหลืออีกกว่า 2,000 ล้านบาท ครม.ได้สั่งให้ไปเร่งทบทวนอีกครั้ง และนำกลับมาเสนอสัปดาห์หน้า” นายวัชระ กล่าว

สำหรับวงเงินส่วนที่เหลืออีก 2,383 ล้านบาท ครม. เห็นชอบให้ใช้เพื่อสนับสนุนการก่อสร้าง ซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานและสถานที่ราชการต่าง ๆ ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้