เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งที่2 "อดีตผู้ว่าสตง."เบิกจ่ายงบสัมมนามิชอบ

  • วันที่ 22 เม.ย. 2562 เวลา 20:03 น.

เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งที่2 "อดีตผู้ว่าสตง."เบิกจ่ายงบสัมมนามิชอบ

เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งที่ 2 คดี“หญิงเป็ด-จารุวรรณ" เบิกจ่ายงบสัมมนามิชอบ ศาลสั่ง ส่งสำนวนพิจารณาอีก หลังจำเลยร่วมเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 62 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ศาลนัดอ่านคำพิพากษาฎีกา คดีหมายเลขดำ 2054/2559 ที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง "คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา" อายุ 73 ปี อดีตผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และ "นายคัมภีร์ สมใจ" อายุ 73 ปี อดีต ผอ.สำนักบริหารงานและทรัพยากรบุคคล สตง. เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

กรณีที่จัดให้มีการสัมมนา ที่ จ.น่าน วันที่ 31 ต.ค.46 ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการสัมมนากันจริง แต่จัดสัมมนาเพื่อให้ข้าราชการที่มีรายชื่อเข้ารับการสัมมนานั้น ได้ไปร่วมงานถวายผ้าพระกฐินพระราชทานที่จัดขึ้นในวันเดียวกันแล้วให้เบิกค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าใช้จ่ายต่างๆ ในงบเดียวกัน 294,440 บาท ทำให้ สตง.เสียหาย ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ชี้มูลความผิด คุณหญิงจารุวรรณ และ นายคัมภีร์

โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 30 พ.ย.58 ว่าจำเลยทั้งสอง มีความผิดตามมาตรา 157 ให้จำคุกคนละ 2 ปี โดยไม่รอการลงโทษ จากนั้นคุณหญิงจารุวรรณ และนายคัมภีร์ ได้ยื่นสมุดบัญชีเงินฝากคนละ 200,000 บาทขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์คดี

ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้พิพากษา ไปเมื่อวันที่ 23 ก.พ.60 เห็นว่าพฤติการณ์บ่งชี้ตรงกันว่า การจัดและอนุมัติโครงการสัมมนากระทำไปเพื่อให้ข้าราชการ สตง. ไปร่วมการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน และการทอดผ้ากฐินสามัคคี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้วยตัวเอง แต่เบิกจ่ายงบประมาณ สตง. ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของส่วนราชการ พ.ศ.2545 โดยไม่มีการสัมมนาที่แท้จริง เป็นการเบิกจ่ายโดยไม่มีสิทธิทำให้ สตง.เสียหาย โดยจำเลยทั้งสองร่วมรู้เห็นตั้งแต่ต้นการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิด ตาม ม.157 ตามที่ศาลชั้นต้นพิพากษา อุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ว่า ควรลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษ เห็นว่าจำเลยทั้งสองรับราชการที่ สตง.มางานจนดำรงตำแหน่งระดับสูงนับว่าได้ทำคุณประโยชน์ให้กับราชการ ประกอบกับจำเลยทั้งสองมีอายุมากประมาณ 70 ปี มีเหตุควรปราณี ที่ศาลชั้นต้น ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสอง คนละ 2 ปี จึงหนักเกินไป สมควรแก้ไขให้เหมาะสม จึงพิพากษาแก้โทษจำคุกเหลือ 1 ปีโดยไม่รอลงอาญาเช่นกัน

ต่อมา คุณหญิงจารุวรรณ และ นายคัมภีร์ได้ประกันตัวคนละ 200,000 บาทเพื่อต่อสู้คดีในชั้นฎีกา โดยศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล

ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลนัดฟังคำพิพากษาฎีกาครั้งแรก เมื่อวันที่ 30 ม.ค.62 แต่ได้เลื่อนอ่านคำพิพากษา เนื่องจากบุตรชายของนายคัมภีร์ ยื่นคำร้องแถลงว่าจำเลยมีอาการภาวะหัวใจล้มเหลว พร้อมนำใบรับรองแพทย์จากรพ.รามคำแหง และ รพ.พระมงกุฏเกล้า มาแสดงต่อศาลว่าจำเลยที่ 2 จะต้องรอผ่าตัดจะใช้เวลาพักฟื้นประมาณ 2 เดือน ศาลจึงให้เลื่อนอ่านคำพิพากษามาในวันนี้ (22 เม.ย.)

โดยวันนี้ คุณหญิงจารุวรรณ จำเลยที่ 1 ได้เดินทางมาศาล ซึ่งมีครอบครัว กลุ่มญาติ มาให้กำลังใจขณะที่ นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ก็ร่วมติดตามฟังคำพิพากษาด้วยเช่นกัน

ขณะที่ นายคัมภีร์ อดีต ผอ.สำนักบริหารงานและทรัพยากรบุคคล สตง. จำเลยที่ 2 ไม่มาศาล โดยมีบุตรชายและทนายความมาแทน

ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ทนายความจำเลยที่ 2 แถลง นายคัมภีร์ จำเลยที่ 2 ได้เสียชีวิตลงวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎ ด้วยภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน พร้อมยื่นใบมรณบัตร

โดยศาลสอบถามอัยการ โจทก์แล้ว ไม่คัดค้าน จึงเห็นควรให้ส่งสำนวนกลับไปยังศาลฎีกา เพื่อให้พิจารณาต่อไป วันนี้ยังไม่อาจอ่านคำพิพากษาฎีกาได้ จึงให้เลื่อนการฟังคำพิพากษาคดีออกไปก่อน

ข่าวอื่นๆ