ชงทำแผนระยะยาว ก่อนฝุ่นมลพิษวิกฤต

  • วันที่ 26 ธ.ค. 2561 เวลา 08:09 น.

ชงทำแผนระยะยาว ก่อนฝุ่นมลพิษวิกฤต

สาเหตุการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กในครั้งนี้ คือ ยานพาหนะ ทุกปีจะมีจำนวนรถเพิ่มมากขึ้น และอากาศขณะนี้ไทยกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวทำให้อากาศแห้ง การไหลเวียนของลมไม่ดี เกิดการสะสมของฝุ่นละออง

โดย...เอกชัย จั่นทอง

ช่วงนี้พื้นที่เกือบทั่วกรุงเทพมหานครเหมือนจะมีหมอกลงจำนวนมาก แต่ความจริงแล้วนั่นไม่ใช่หมอกจากสภาพอากาศหนาวเย็นแต่อย่างใด กลับกันคือมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ซึ่งพบค่าฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐาน ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะในจุดริมถนนอยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ส่งผลทำให้ประชาชนที่อาศัยและสัญจรผ่านไปมาในบริเวณนั้นกำลังได้รับผล กระทบอย่างมากเพราะต้องสูดดมฝุ่น

จิระพล สินธุนาวา อาจารย์ประจำคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล วิเคราะห์ปรากฏการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เกิดขึ้นว่า ไม่เพียงแต่ประเทศไทยแต่ยังเกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงด้วย เพราะภาวะแรงกดอากาศลงมาและเป็นสัญญาณการเข้าสู่ฤดูหนาว แต่ถ้าหากในพื้นที่ มีมลพิษอยู่แล้วถ้าแรงกดอากาศไม่ต่ำมันจะฟุ้งขึ้นไปถึงชั้นบรรยากาศขยายตัวไปไกลกว่านี้ ภาวะที่เกิดขึ้นตอนนี้จึงเป็นแรงกดอากาศนิ่งครึ้มอยู่เช่นนี้

"ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าเราไม่จริงจังกับเรื่องการควบคุมมลพิษที่ต้นทาง ไม่ให้ความรู้ ตื่นตกใจเฉพาะเมื่อตอนเผชิญเหตุ แม้ว่าหน่วยงานของภาครัฐจะมีจำนวนมาก แต่ก็รอให้เผชิญเหตุก่อนจึงมีการพูดคุยกัน เดิมจากหน่วยงานภาครัฐ ที่มีหน้าที่จัดการเรื่องเหล่านี้โดยตรง กลับกลายเป็นหน่วยงานแจ้งข่าวเรื่องมลพิษ ทั้งที่มีงบประมาณและบุคลากรในการกำกับเฝ้าระวัง แต่กลับมารายงานข่าวอย่างเดียวให้คนเกิดตกใจกันหมด" จิระพลไม่เห็นด้วยกับการทำงานของหน่วยงานรัฐ

จิระพล กล่าวว่า หน่วยงานรัฐ ของไทยถือว่ามีโครงสร้างดีกว่าหลายประเทศในอาเซียน แต่ยังปล่อยให้เกิดปัญหาอยู่ ควรจะลงพื้นที่จุดที่เกิดมลพิษ ไปพูดคุยกับกลุ่มที่ทำให้เกิดมลพิษ เช่น ภาคเกษตรกร ภาคอุตสาหกรรม ฯลฯ พร้อมให้ความรู้กับประชาชนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงว่าต้องเตรียมรับมืออย่างไร รวมถึงการบังคับใช้กฎหมาย ออกมาตรการอย่างชัดเจนในการแก้ไขปัญหา

ในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้นต้องเริ่มตั้งแต่ในพื้นที่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่เผาตอซังควรหยุดและหาวิธีการจัดการที่ดี ส่วนพื้นที่ในเมืองอย่างกรุงเทพฯ ยังมีละอองฝุ่นที่มาจากท่อไอเสียโดยเฉพาะในรถบรรทุกขนาดใหญ่อยู่จำนวนมาก นั่นแสดงถึงมาตรการควบคุมยังเข้าไม่ถึงทำได้ไม่เพียงพอ ทุกอย่างที่หน่วยงานรัฐทำ วันนี้คือการแก้ไขที่ปลายเหตุทั้งสิ้น

"หลายเมืองใหญ่ในต่างประเทศมีแผนการปฏิบัติรายปีว่าจะดำเนินการอย่างไร มีการตรวจสอบประเภทฝุ่นว่าฝุ่นชนิดนี้อยู่ในเขตอุตสาหกรรมหรือไม่ เพื่อหาต้นทางให้เจอ จนทราบว่าปล่อยมลพิษออกมาจุดไหนอย่างไร นั่นคือสิ่งที่ต้องลงไปทำในเชิงวิชาการแล้ว แต่ไทยยังใช้รูปแบบปฏิบัติการแบบร่วมๆ อยู่ จึงทำให้หาไม่ทราบว่าต้นเหตุของฝุ่นละอองมาจากอะไร ยอมรับว่าเรื่องวิชาการเราไปไกล แต่ทำไมวิธีการบริหารจัดการยังไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร โดยไม่รักษาที่ต้นเหตุปัญหา" จิระพล ยกตัวอย่างการจัดการกับปัญหา

นักวิชาการสิ่งแวดล้อมย้ำว่าถึงเวลาที่หน่วยงานรับผิดชอบในเรื่อง เหล่านี้จะดำเนินการอย่างไร โดยมีแผนมาตรการอย่างชัดเจน และจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกในปีต่อๆ ไป ถ้าหากไม่ดำเนินการอะไร นิ่งเฉยต่อไป ปัญหาเหล่านี้จะทวีความรุนแรงขึ้นแน่นอน

ขณะที่ นันทวรรณ วิจิตรวาทการ คณบดีวิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เห็นว่าการแก้ปัญหาในระยะยาว เช่น การทำน้ำมันดีเซลให้เป็นยูโร 5 และยูโร 6 ปรับน้ำมันให้มีคุณภาพดีขึ้นซึ่งจะสามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง ในส่วนของรถโดยสารประจำทาง รถบรรทุก ยังไม่ได้รับการควบคุมอย่าง เข้มงวด  อีกประการหนึ่งต้องเข้มงวดคือการเผาเกษตร เผาสวน เผาขยะ ประกอบกับอากาศที่แห้งก่อให้เกิดการลุกลามจากการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนสาเหตุจากการเกิดฝุ่นละอองขนาดเล็กในครั้งนี้ คือ ยานพาหนะ ทุกปีจะมีจำนวนรถเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าในเรื่องของอุปกรณ์การกรองน้ำมันหรืออะไรต่างๆ ของรถจะดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการมีปริมาณรถที่มากขึ้นก็ก่อให้เกิดมลพิษที่มากขึ้นตามไปด้วย การ เผาไหม้เกษตรซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีการควบคุม จึงเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดมลพิษและปัญหาการเกิดฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานมักจะพบเจอได้อยู่ทุกปี แม้รัฐบาลพยายามหาวิธีการจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้

"อีกปัจจัยที่ทำให้เกิดปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก คือ อากาศ ขณะนี้ไทยกำลังเข้าสู่ฤดูหนาวทำให้อากาศแห้ง การไหลเวียนของลมไม่ดี เกิดการสะสมของฝุ่นละออง เช่นเดียวกับภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากในพื้นที่กรุงเทพฯ มีอุตสาหกรรมจำนวนมากถือเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดฝุ่นละออง"นันทวรรณ กล่าว

คณบดีวิทยาลัยโลกคดีศึกษา แนะวิธีรับมือว่าฝุ่นละอองเหล่านั้นอาจก่อให้เกิดอาการคันจมูก คันคอ มีน้ำมูก สำหรับหน้ากากอนามัยที่ใช้กันทั่วไปมีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นขนาดใหญ่ ไม่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็ก PM2.5 ได้ ควรใช้หน้ากากอนามัย N95 เพราะ จะมีประสิทธิภาพกรองฝุ่นขนาดเล็ก ได้ดีที่สุด และควรให้ความสำคัญแก้ไขปัญหาระยะยาว เพื่อป้องกันปัญหา ไม่ให้เกิดขึ้นอีก

ข่าวอื่นๆ