posttoday
เอกนิติ ปลื้มลงทุนจริง BOI ครึ่งปีแรกพุ่ง 5.35 แสนล้าน ลุ้นทั้งปีโต 2 หลัก

เอกนิติ ปลื้มลงทุนจริง BOI ครึ่งปีแรกพุ่ง 5.35 แสนล้าน ลุ้นทั้งปีโต 2 หลัก

14 สิงหาคม 2569

รมว.คลัง ชี้ Investment Growth กลับมาเป็นแรงส่งเศรษฐกิจ หลัง BOI เผยลงทุนจริงครึ่งปีแรก 5.35 แสนล้านบาท โต 27% ลุ้นทั้งปีเอกชนโต 2 หลัก

หลังสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) รายงานว่าไตรมาส 2/2569 มีเม็ดเงินลงทุนจริงกว่า 2.55 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และครึ่งแรกของปีมีเงินลงทุนจริงรวม 5.35 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% นั้น

 

สะท้อนว่าการลงทุนยังเป็นแรงส่งสำคัญที่ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2569 ท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามในตะวันออกกลางที่เริ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค. และสถานการณ์ที่ยังยืดเยื้อ โดยเม็ดเงินลงทุนที่เกิดขึ้นจริงจะช่วยเติมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคส่วนอื่นเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

 

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มองว่า ขณะนี้ "การลงทุน” กำลังกลับมาเป็นแรงส่งสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สะท้อนทิศทาง Investment Growth หรือการใช้การลงทุนเป็นตัวนำเศรษฐกิจ

 

นายเอกนิติ กล่าวว่า บีโอไอได้ยกระดับการติดตามจากเดิมที่เน้นมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมและโครงการที่ได้รับอนุมัติ มาเป็นการติดตามเม็ดเงินที่ผู้ประกอบการลงทุนจริงเป็นรายไตรมาส ทั้งค่าก่อสร้าง ค่าเครื่องจักร และรายการลงทุนอื่นๆ เพื่อให้เห็นเงินที่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจริง

 

ล่าสุดไตรมาส 2/2569 มีเงินลงทุนจริงกว่า 255,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งแรกปี 2569 มีเงินลงทุนจริงรวม 535,800 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27%

 

“ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนแนวนโยบายที่ต้องการใช้การลงทุนเป็นตัวนำเศรษฐกิจ เพราะการลงทุนช่วยพยุงเศรษฐกิจในระยะสั้นจากเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่ระบบ ขณะเดียวกันในระยะยาวยังช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ผ่านการลงทุนในอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และการจ้างงาน"


 

นายเอกนิติ กล่าวว่า การฟื้นตัวของการลงทุนเริ่มเห็นสัญญาณมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา โดยไตรมาส 4/2568 การลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 9% สูงสุดในรอบ 44 ไตรมาส ขณะที่ไตรมาส 1/2569 ขยายตัวมากกว่า 10% ส่วนไตรมาส 2 ยังต้องรอตัวเลขจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แต่ตัวเลขบีโอไอ ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% ของการลงทุนภาคเอกชน เพิ่มขึ้นถึง 31%

 

“มองว่า หากการลงทุนภาคเอกชนสามารถเติบโตต่อเนื่องตลอดทั้งปี มีโอกาสเห็นการขยายตัวเป็นตัวเลขสองหลัก ซึ่งถือเป็นระดับการเติบโตที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาหลายปี และสอดคล้องกับการที่ภาคเอกชนเริ่มกลับมาเป็นแรงส่งสำคัญของเศรษฐกิจไทย”

 

สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจในไตรมาส 2 มองว่าเศรษฐกิจไทย ยังได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นและกระทบต้นทุนเศรษฐกิจ ขณะที่ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยกลับมาติดลบราว 17,000-18,000 ล้านบาท จากผลของการนำเข้าพลังงาน สะท้อนจุดอ่อนที่ไทยยังต้องพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ

 

“จากตัวเลขที่เกิดขึ้นถ้าเราไม่เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน สงครามก็ยังไม่จบ แล้วเราจะปล่อยให้เป็นเหตุการณ์แบบนี้ พอน้ำมันขึ้นราคาก็ต้องกลับมาเยียวยาอีก มันแก้ไข หรือรับมือไม่ไหว” 

 

ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องการให้การลงทุนเข้ามาช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงที่เครื่องยนต์บางด้านชะลอตัว พร้อมเร่งสร้างฐานการผลิตใหม่ โดยเน้นการลงทุนที่ก่อให้เกิดการจ้างงาน การยกระดับทักษะแรงงาน และเพิ่มผลิตภาพ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมใหม่ เช่น Smart Electronics, AI และพลังงานสะอาด

 

นายเอกนิติ ย้ำว่า การลงทุนมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจใน 2 ระยะ โดยระยะสั้นเม็ดเงินลงทุนจะช่วยพยุงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่ระยะยาวจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตของ GDP ผ่านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การจ้างงาน และการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงชั่วคราว

 

ส่วนแนวโน้มไตรมาส 3/2569 คาดว่าโครงการ Thailand Fast Pass จะเข้ามาช่วยเร่งการลงทุนให้เกิดขึ้นจริงเร็วขึ้น โดยกำหนดให้ผู้ลงทุนต้องดำเนินการลงทุนไม่น้อยกว่า 20% ตามสัดส่วนที่กำหนดภายในปีแรก เพื่อให้เม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามตัวเลข GDP ไตรมาส 2/2569 อย่างเป็นทางการจาก สศช. ซึ่งมีกำหนดประกาศวันที่ 17 ส.ค.นี้

ข่าวล่าสุด

ศาลแขวงสงขลา ประทับรับฟ้อง 'ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว' คดีพนันออนไลน์

ศาลแขวงสงขลา ประทับรับฟ้อง 'ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว' คดีพนันออนไลน์