
BAFS แกร่ง! ครึ่งแรกปี 69 กำไรโต 7% แตะ 212 ล้าน จ่ายปันผล 0.13 บาท
BAFS ประกาศงบไตรมาส 2/69 กำไร 60.5 ล้าน โต 8% ดันครึ่งปีแรก 212.3 ล้านบาท โต 7% บอร์ดเคาะปันผล 0.13 บาท ขึ้น XD 27 ส.ค.นี้ พร้อมได้ต่อสัญญาที่สุวรรณภูมิชั่วคราวจาก AOT หนุนธุรกิจมั่นคง
KEY
POINTS
- BAFS ประกาศผลประกอบการครึ่งแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 212.3 ล้านบาท เติบโตขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- แม้รายได้รวมจะลดลง แต่บริษัทยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้จากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
- คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรก ในอัตราหุ้นละ 0.13 บาท
บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 มีกำไรสุทธิ 60.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.07 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 6% และมี EBITDA จำนวน 402.2 ล้านบาท ลดลง 5% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน แต่มีรายได้รวม 839.5 ล้านบาท ลดลง 4% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ดังนั้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในครึ่งแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 212.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.29 บาท และมีอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) อยู่ที่ 10% ขณะที่รายได้รวม และ EBITDA จะปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กลุ่มบริษัทยังคงสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ จากการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโดยรวมลดลง 3%
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 ในอัตราหุ้นละ 0.13 บาท โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 27 สิงหาคม 2569 กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการรับเงินปันผลในวันที่ 28 สิงหาคม 2569 และกำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 10 กันยายน 2569
ม.ล. ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาสสองของปี 2569 อุตสาหกรรมการบินยังได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยราคาเชื้อเพลิงอากาศยาน Jet A-1 เพิ่มขึ้นสูงกว่า 200 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในช่วงปลายไตรมาสแรก ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สายการบินจึงมีแนวโน้มบริหารกำลังการให้บริการอย่างระมัดระวังมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ความต้องการเดินทางระหว่างประเทศยังคงมีแนวโน้มแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วงปลายปีซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้อัตราการเติบโตอาจชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงการฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19
แม้จะมีปัจจัยกดดันจากภายนอกที่ทำให้ธุรกิจให้บริการเติมน้ำมันอากาศยานชะลอตัว แต่ BAFS Group ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของรากฐานธุรกิจ บริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่มีวิสัยทัศน์ และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ในไตรมาสนี้ BAFS Group มีกำไรสุทธิในส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 60.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
สำหรับการต่อสัญญาการให้บริการน้ำมันอากาศยาน ณ สุวรรณภูมิ ที่จะครบกำหนดในปี 2569 ล่าสุด บริษัทได้รับแจ้งจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ให้สามารถประกอบกิจการโครงการระบบให้บริการเชื้อเพลิงอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ต่อเนื่องจากสัญญาเดิม ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขเดิมจนกว่ากระบวนการคัดเลือกผู้ประกอบการรายใหม่ของ AOT จะแล้วเสร็จ
การต่ออายุการประกอบกิจการดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ลดความไม่แน่นอนจากการสิ้นสุดอายุสัมปทาน สร้างความมั่นใจในการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปอย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ สามารถให้บริการแก่สายการบินและประชาชนผู้เดินทางได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานเพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมายศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ต่อไป







