
สวนดุสิตโพล เผย คนไทยฝากกำลังใจถึงกันยามวิกฤต จี้ รัฐบาลเร่งแก้น้ำท่วม
สวนดุสิตโพล เผย คนไทยฝากกำลังใจถึงกันยามวิกฤต ครอบครัวเป็นกำลังใจสำคัญ จี้ รัฐบาลลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมเร่งด่วน
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “กำลังใจจากคนไทยด้วยกัน” จากกลุ่มตัวอย่าง 1,331 คน สำรวจทั้งทางออนไลน์และภาคสนาม ระหว่างวันที่ 29 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 สะท้อนมุมมองของประชาชนต่อการสร้างกำลังใจ การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และความคาดหวังต่อรัฐบาล ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น
ผลสำรวจพบว่า สิ่งที่ช่วยให้คนไทยมีกำลังใจในยามเผชิญเรื่องยาก คือ ครอบครัวและคนใกล้ชิดอยู่เคียงข้างกัน สูงสุด ร้อยละ 68.75 สะท้อนบทบาทของความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่เป็นแรงสนับสนุนสำคัญเมื่อเกิดปัญหา
ส่วนสิ่งที่ประชาชนเห็นว่าควรเตรียมพร้อมเพื่อรับมือภัยต่าง ๆ คือ การเตรียมของใช้ที่จำเป็นยามฉุกเฉิน ร้อยละ 69.95 ขณะที่ข้อความที่คนไทยอยากส่งกำลังใจถึงกันมากที่สุด คือ “สู้ๆ เป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคน” ร้อยละ 61.08
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ สิ่งที่ประชาชนต้องการฝากถึงรัฐบาลมากที่สุด คือ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนโดยเร่งด่วน ร้อยละ 59.43 สะท้อนความต้องการให้ภาครัฐเข้าถึงผู้ประสบภัยและเร่งบรรเทาความเดือดร้อนในสถานการณ์เฉพาะหน้าพรพรรณชี้รัฐต้องเป็นที่พึ่ง ไม่ใช่แค่แจกจ่ายแล้วจบ
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังมีกำลังใจ พร้อมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และมีความตื่นตัวในการเตรียมรับมือภัยต่าง ๆ มากขึ้น
ขณะเดียวกัน เสียงสะท้อนที่ส่งถึงรัฐบาลแสดงให้เห็นว่าประชาชนต้องการความช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว และการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงแค่การแจกจ่ายสิ่งของช่วยเหลือแล้วจบไป แต่ต้องทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าภาครัฐมีความพร้อมในการบริหารจัดการและสามารถเป็นที่พึ่งได้ในภาวะวิกฤต
หากภาครัฐไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นดังกล่าวได้ ประชาชนก็อาจต้องกลับมาเผชิญกับความเดือดร้อนซ้ำเดิมอีกครั้ง
นักวิชาการชี้วิกฤตเผยคนไทยพึ่งพาครอบครัว แต่ยังฝากความหวังไว้ที่รัฐ
ด้านอาจารย์พรนภัส ทิมสุวรรณ อาจารย์สังกัดหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต โรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ระบุว่า ผลสำรวจสะท้อนภาพที่น่าสนใจว่า เมื่อเกิดวิกฤต สิ่งแรกที่คนไทยพึ่งพาเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจกลับไม่ใช่กลไกของทางการ แต่เป็นสายสัมพันธ์ใกล้ชิดในครอบครัว การช่วยเหลือดูแลกันเอง รวมถึงการสร้างเสียงหัวเราะเพื่อผ่อนคลายความเครียด
"สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของประชาชนที่พร้อมจับมือกันก้าวผ่านปัญหาไปด้วยกัน ตามวิถีคนไทยที่ไม่ทิ้งกัน"
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาปัญหาเฉพาะหน้าอย่างภัยพิบัติน้ำท่วม ประชาชนยังคงส่งเสียงสะท้อนอย่างชัดเจนถึงความต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนและการแจ้งเตือนที่รวดเร็วจากภาครัฐ
แม้น้ำใจของคนไทยจะช่วยประคับประคองความรู้สึกและสร้างกำลังใจให้กันได้ แต่การแก้ปัญหาที่ต้นเหตุและการดูแลความปลอดภัยในชีวิตจริงยังคงต้องฝากความหวังไว้กับประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐเป็นหลัก
โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การยกระดับประสิทธิภาพการจัดการภัยพิบัติเชิงรุก เพื่อไม่ให้ภาระการตั้งรับและความกดดันทั้งหมดตกอยู่กับประชาชน ซึ่งต้องคอยเยียวยาและช่วยเหลือกันเองทุกครั้งที่เกิดวิกฤต







