นครบาลลุยติดวงจรปิดทั่วกรุงป้องเหตุรุนแรง

วันที่ 11 ต.ค. 2553 เวลา 15:23 น.
นครบาลรุกติดกล้องทั่วกรุงป้องเหตุร้าย-คุมเข้มบุคคลสำคัญเต็มที่ หลังมีข่าวกลุ่มชุดดำ เตรียมก่อเหตุร้าย พร้องแจงวางกำลังบก.น.2 ดูแลแดงบุกเรือนจำ

เมื่อเวลา 14.15  น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย ผบก.ประจำบช.น. และในฐานะโฆษกบช.น. เปิดเผยว่า ในส่วนกลุ่ม 64 ชุดดำที่การข่าวของทหารแจ้งว่าเตรียมเข้ามาก่อเหตุในพื้นที่กทม.นั้น เรื่องนี้เป็นการข่าวที่มีการพูดคุยกันเท่านั้น ส่วนข้อมูลอย่างทางการนั้นยังไม่มีเข้ามา อีกทั้งในช่วงเช้าที่ผ่านมา มีการประชุมการข่าวประจำสัปดาห์ของบช.น. ก็ยังไม่มีการยืนยันตัวบุคคล อย่างไรก็ตาม แผนในการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ หรือสถานที่สำคัญต่างๆ นั้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และบช.น. สั่งการให้ปฏิบัติดูแลในขั้นสูงสุดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ไม่ว่าการข่าวใดๆ ที่เข้ามา เจ้าหน้าที่ก็สามารถตรวจสอบ และรับมือได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ในแต่ละสถานการณ์ก็อาจจะมีการปรับแผนให้เกิดความเหมาะสม

พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อไปว่า ทางศอฉ.ยังมอบหมายงานให้ทางบช.น.ได้ดำเนินการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ตามมาตราการเชิงรุก โดยมีสิ่งที่ต้องดำเนินการ คือ การติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม โดย ศอฉ. มอบหมายให้ทางกรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ โดยประสานข้อมูลในการติดตั้งจากบช.น. ซึ่งจะกำหนดจุดที่ต้องติดตั้ง เพื่อให้การครอบคลุมทุกพื้นที่ และในจุดที่จำเป็น โดยขณะนี้การติดตั้งกล้องวงจรปิด จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 มีจุดแต่งตั้งประมาณ 890 จุด ถือว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องติดตั้ง เพื่อความปลอดภัยโดยรวม เช่นภายในซอยเปลี่ยว เป็นต้น

ระยะที่ 2 คือตามพื้นที่ที่เคยกำหนดไว้ว่าต้องเป็นพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ มีอยู่ประมาณ 300 จุด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นส่วนราชการ และให้กทม.ประสานติดตั้งเพิ่มเติม และระยะที่ 3 ซึ่งกำหนดว่าจะต้องติดตั้งให้ครอบคลุมทุกจุดในกทม. มีอยู่ประมาณ 1,715 จุด อย่างไรก็ตาม ในส่วนที่ทางตำรวจดูแล้วว่ามีความสมบูรณ์ คือที่บริเวณถนนราชดำเนิน ตั้งแต่สนามหลวงถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งมีความพร้อมในการเฝ้าระวังเหตุ และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังสำนักงานเขตของกทม.และสน.ในแต่ละท้องที่อีกด้วย

โฆษกบช.น. กล่าวต่อไปอีกว่า ในการติดตั้งกล้องวงจรปิดนั้น ภายในสัปดาห์นี้จะมีการประชุมร่วมระหว่างสน.ทุกพื้นที่จำนวน 88 โรงพัก และผู้อำนวยการเขตทุกเขตในพื้นที่กทม. หลังจากนั้น กองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 และทางผอ.ทุกสำนักที่รับผิดชอบของกทม. จะมีการประชุมร่วมกันอีกครั้ง เพื่อวางแผนการติดตั้งกล้องวงจรปิดต่อไป ทั้งนี้ ทางกทม.และบช.น.จะใช้มวลชนในการดูแลรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมด้วย ทั้งในส่วนอปพร. ที่จะร่วมกันทำงาน สรุปแล้วแผนต่างๆ ที่ตำรวจดูแลอยู่เป็นประจำนั้น จะเพิ่มในส่วนของกทม.เข้ามาดูแลด้วย อย่างไรก็ตาม ทราบมาว่าขณะนี้ทางศอฉ.จะมีการปรับแผนเพิ่มเติม โดยให้ทางทหารเข้ามาร่วมทำงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล

“การวางแผนรับมือเหตุการณ์ไม่สงบนั้น ตำรวจจะคำนึงถึงเหตุการณ์ร้ายแรงที่อาจจะเกิดขึ้น หลังจากกนั้นจึงวางแผนในการปฏิบัติ ส่วนข้อมูลการข่าวต่างๆ ที่มีกลุ่มคนร้ายเข้ามาในพื้นที่แล้วนั้น หากมีจริงก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ด้านการข่าวต้องเดินคู่กันทุกหน่วยงาน แต่ทั้งนี้ก็ไม่ก้าวล่วง เพราะการให้ข่าวของแต่ละฝ่าย ทั้งศอฉ. สันติบาล หรือดีเอสไอ ก็มีสิทธิที่จะให้ข่าวในแนวทางของตนเอง เพียงแต่บช.น.ก็จะชี้แจงในส่วนของตนเอง”

ผบก.ประจำบช.น. กล่าวอีกว่า ในส่วนของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ในวันพรุ่งนี้ (12 ต.ค.) จะมีการนำมวลชนไปให้กำลังใจแกนนำที่เรือนจำพิเศษ กรุงเทพมหานครนั้น ขณะนี้มีการเตรียมแผนรับมือไว้แล้ว โดยจะให้ผบก.น.2 ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบเป็นผู้ดูแล โดยพล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา รรท.ผบช.น. ได้กำชับแนวทางปฏิบัติ โดยให้ประสานกับผบช.เรือนจำ ในการกำหนดพื้นที่ดูแลตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งคาดว่าจะวางกำลังไว้ประมาณ 1 กองร้อยในการดูแล เบื้องต้นมีกการประเมินว่าจะมีกลุ่มคนเสื้อแดงไปร่วมกิจกรรมอยู่ในหลักร้อย ซึ่งทางบก.น.2 สามารถดูแลได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม หากมีการร้องขอกำลังเสริม ทางบก.น.1-9 ก็พร้อมที่จะสนับสนุนทันที